อำนาจฟ้องและอายุความในคดีโต้แย้งสัญชาติ
ตราบใดที่ยังมิได้มีการถอนชื่อโจทก์ทั้งห้าออกจากทะเบียนบ้านญวนอพยพให้ถูกต้องก็ต้องถือว่าโจทก์ทั้งห้าถูกโต้แย้งสิทธิในเรื่องสัญชาติอยู่ตลอดมา ฟ้องโจทก์ทั้งห้าจึงไม่ขาดอายุความ
พิพากษายืน
โจทก์ทั้งห้าเป็นบุตรของนายต้าวกับนางนา เกิดที่อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7(3) แต่ถูกนำชื่อเข้าทะเบียนบ้านญวนอพยพโดยหัวหน้าสำนักงานกิจการญวนอพยพเมื่อปี พ.ศ. 2514 ต่อมาโจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 ถอนชื่อแต่จำเลยเพิกเฉย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2932/2532นาย เหล่ย แซ่เหวียนหรือเหงียน กับพวกโจทก์พันตำรวจโท เติม ศักดิ์ ช้าง แก้ว กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 163, ม. 164, ม. 169 ป.วิ.พ. ม. 55 พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 โจทก์ทั้งห้ามีสัญชาติไทย แต่ปรากฏว่ามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านญวนอพยพที่แสดงว่าเป็นคนสัญชาติญวน และการจัดทำทะเบียนบ้านญวนอพยพอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานกิจการญวนอพยพ เมื่อจำเลยที่ 1 มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าสำนักงานและเป็นนายทะเบียนบ้านญวนอพยพการที่โจทก์ทั้งห้าได้แจ้งให้จำเลยที่ 1 ถอนชื่อโจทก์ทั้งห้าออกจากทะเบียนบ้านญวนอพยพดังกล่าว แต่จำเลยที่ 1 เพิกเฉยอ้างว่ากระทำการตามหน้าที่และคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจำเลยที่ 2เป็นผู้รักษาการ เช่นนี้ย่อมถือได้ว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิในเรื่องสัญชาติของโจทก์ทั้งห้าแล้ว โจทก์ทั้งห้าจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้ ตราบใดที่ยังมิได้มีการถอนชื่อโจทก์ทั้งห้าออกจากทะเบียนบ้านญวนอพยพให้ถูกต้องก็ต้องถือว่าโจทก์ทั้งห้าถูกโต้แย้งสิทธิในเรื่องสัญชาติอยู่ตลอดเวลา ฟ้องโจทก์ทั้งห้า จึงไม่ขาดอายุความโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ทั้งห้าเป็นคนสัญชาติไทยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันถอนชื่อโจทก์ทั้งห้าออกจากทะเบียนบ้านญวนอพยพเลขที่ 261 หมู่ที่ 2 ถนนสรรพสิทธิ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี จำเลยทั้งสองให้การว่าโจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิมาตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2514 ซึ่งเป็นระยะเวลาล่วงเลยมานานและขาดอายุความแล้ว การกระทำของจำเลยไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับสัญชาติของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ทั้งห้าเป็นบุคคลสัญชาติไทย ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันถอนชื่อโจทก์ทุกคนออกจากทะเบียนบ้านญวนอพยพ เลขท