ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3155/2532

ประเด็นกฎหมาย

ค่าอาหารกลางวันที่จ่ายเฉพาะลูกจ้างที่มาทำงานเป็นค่าจ้างหรือสวัสดิการ และการทำสัญญาจ้างหลายฉบับโดยไม่มีกำหนดระยะเวลาและไม่ยกเลิกสัญญาฉบับก่อน ถือว่าทำง

หลักกฎหมาย

ค่าอาหารกลางวันที่จ่ายเฉพาะลูกจ้างที่มาทำงานในวันทำงานปกติ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือการครองชีพ เป็นสวัสดิการ ไม่ใช่ค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 2 การทำสัญญาจ้างหลายฉบับโดยไม่มีกำหนดระยะเวลาและไม่ยกเลิกสัญญาฉบับก่อน แสดงเจตนาหลีกเลี่ยงไม่นับอายุงานติดต่อกัน ถือว่าลูกจ้างทำงานติดต่อกันตามข้อ

คำวินิจฉัย

ค่าอาหารกลางวันไม่ใช่ค่าจ้าง โจทก์ทำงานติดต่อกันครบสามปีขึ้นไป มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามข้อ 46(3) เป็นเงิน 26,100 บาท พิพากษาแก้ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 26,100 บาท แก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์สามฉบับ โดยแต่ละฉบับไม่มีกำหนดระยะเวลาและไม่มีข้อความยกเลิกสัญญาฉบับก่อน โจทก์ทำงานติดต่อกันตลอดมา จำเลยจ่ายค่าอาหารกลางวันเฉพาะลูกจ้างที่มาทำงานในวันทำงานปกติ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3155/2532นาง รัชนี กิตติกาญจนารัตน์โจทก์ธนาคาร การ แลกเปลี่ยน เงินตรา เกาหลี สำนักงาน ตัวแทน กรุงเทพจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 46จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์ฉบับแรกไม่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างต่อมาได้ทำสัญญาจ้างฉบับที่ 2 และที่ 3 โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างเช่นเดียวกัน และสัญญาจ้างฉบับหลังไม่มีข้อความให้ยกเลิกสัญญาจ้าง ฉบับแรก เมื่อโจทก์ได้ทำงานกับจำเลยติดต่อกันตลอดมา ตามพฤติการณ์ดังกล่าวย่อมแสดงว่า จำเลยได้ทำสัญญาจ้างโจทก์รวมสามฉบับเพื่อประสงค์ที่จะให้อายุการทำงานของโจทก์น้อยลงโดยไม่นับอายุงานติดต่อกัน เพื่อไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือจ่ายให้น้อยลง อันเป็นการหลีกเลี่ยงประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน กรณีของโจทก์ถือได้ว่าโจทก์ได้ทำงานติดต่อกันตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว ข้อ 46 แล้ว จำเลยจ่ายค่าอาหารกลางวันให้เฉพาะลูกจ้างที่มาทำงานในวันทำงานปกติ ส่วนลูกจ้างซึ่งมิได้มาทำงานหรือในวันหยุด จำเลยไม่จ่ายให้ ค่าอาหารกลางวันจึงมีลักษณะเป็นการให้สวัสดิการแก่ลูกจ้างอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยตั้งแต่ พ.ศ. 2519ได้ค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 4,350 บาท ค่าอาหารกลางวันเดือนละ80 บาท รวมเป็นค่าจ้างเดือนละ 6,430 บาท จำเลยเลิกจ้างโจทก์ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2531 โดยโจทก์ไม่ได้กระทำผิดขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 6 เดือน เป็นเงิน 38,580 บาทสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 1 เดือน เป็นเงิน 6,430 บาทค่าจ้างประจำเดือนสิงหาคม 2531 จำนวน 6,430 บาท และเงินบำเหน็จจำนวน 64,300 บาท แก่โจทก์จำเลยให