ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3159/2532

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำของจำเลยที่ 2 ในการขนแร่ดีบุกไปซุกซ่อนบนแพกลางทะเลเพื่อรอส่งออกนอกราชอาณาจักร เป็นความผิดฐานพยายามลักลอบนำแร่ออกนอกราชอาณาจักรหรือไม่ และเป็นก

หลักกฎหมาย

การกระทำที่เกินขั้นตระเตรียมการ โดยได้ลงมือนำแร่ที่ยังมิได้เสียภาษีและเป็นของต้องจำกัดออกไปนอกราชอาณาจักรแล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอดเพราะต้องนำไปเก็บไว้บนแพกลางทะเลเพื่อรอเรือใหญ่มาขนต่อไป ถือเป็นความผิดฐานพยายามลักลอบนำแร่ออกนอกราชอาณาจักร และเมื่อเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ต้องเปรียบเทียบอัตร

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานพยายามลักลอบนำแร่ออกนอกราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 129, 152 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 มาตรา 23 และพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27, 102 ตรี ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27, 102 ตรี ซึ่งเป็นบทหนัก อีกกระทงหนึ่ง ให้ปรับจำเลยที่ 2 เป็นจำนวนสี่เท่าของราคาของเป็นเงิน 28,008,673.40 บาท รวมลงโทษปรับจำเลยที่ 2 จำนวน 43,008,673.40 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากกักขังแทนให้กักขังมีกำหนด 2 ปี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 2 ขนแร่ดีบุกที่แต่งและย่างแห้งแล้วจำนวน 853 กระสอบ น้ำหนักกระสอบละ 40 กิโลกรัม จากฝั่งลงเรือหางยาวไปซุกซ่อนบนแพกลางทะเลห่างจากฝั่ง 2 กิโลเมตร โดยแพมีเครื่องยนต์ 2 เครื่อง และเก็บแร่ในลักษณะปกปิด มีฝาปิดขันนอตแน่นหนา มีไม้กระดานปิดทับและถังน้ำมันวางพรางตา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3159/2532พนักงานอัยการ จังหวัด พังงาโจทก์นาย สมบัติ ทวี แสง กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 80, ม. 90, ม. 91 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 ม. 105, ม. 129, ม. 133 ทวิ, ม. 152 กฎกระทรวง ฉบับที่ 29 (พ.ศ.2517) ออกตามความในพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ข้อ 5 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 27, ม. 102 ตรีจำเลยขนแร่ดีบุกซึ่งแต่งและย่าง แห้งแล้วบรรจุไว้ในกระสอบที่มีน้ำหนักเท่ากันจำนวนถึง 853 กระสอบ จากบนบก ลง เรือหางยาวนำไปเก็บไว้บนแพซึ่งจอดอยู่กลางทะเลลึกห่างจากฝั่งถึง 2 กิโลเมตรเพื่อรอเรือใหญ่มาขนต่อไปอีกทอดหนึ่ง โดยแพก็มีเครื่องยนต์ถึง 2เครื่อง ซึ่งสามารถนำแร่ดีบุกต่อไปยังเรือใหญ่เพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรได้โดยง่าย แสดงว่าจำเลยมีเจตนาลักลอบส่งแร่ดีบุกออกนอกราชอาณาจักร และถือได้ว่าเป็นการกระทำที่เลยขั้นตระเตรียมการแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามลักลอบนำแร่ออกนอกราชอาณาจักร ความผิดฐานพยายามลักลอบนำแร่ออกนอกราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 129152 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 มาตรา 23 และพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27102 ตรี เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท และการพิจารณาว่าบทกฎหมายใดเป็นบทหนักหรือเบากว่ากันนั้นจะต้องพิเคราะห์จากอัตราโทษจำคุก ปรากฏว่าโทษจำคุกตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 152 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 มาตรา 23 กับโทษจำคุกตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 102 ตรี นั้น มีอัตราโทษสูงสุดเท่ากันคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี แต่ความผิดฐานพยายามลักลอบนำแร่ออกนอกราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯ มาตรา 27มีอัตราโทษเท่ากับการทำความผิดสำ