สัญญาจ้างที่มีเงื่อนไขให้เลิกจ้างก่อนครบกำหนดหากลูกจ้างผิดสัญญา ถือเป็นสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างแน่นอนตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มค
ข้อกำหนดในสัญญาที่ให้เลิกจ้างก่อนครบกำหนดหากลูกจ้างผิดสัญญา มีความหมายเพียงว่าให้เลิกจ้างก่อนครบกำหนดได้เท่านั้น ไม่ใช่ข้อกำหนดที่ทำให้ระยะเวลาจ้างที่แน่นอนเปลี่ยนแปลงไป สัญญาจ้างดังกล่าวจึงยังเป็นสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างแน่นอนตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 วรรคท้า
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางที่พิพากษายกฟ้องโจทก์
จำเลยจ้างโจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างประจำตั้งแต่เดือนธันวาคม 2528 ต่อมาจำเลยให้โจทก์ลงนามในสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอนหลายครั้ง โดยสัญญาข้อ 11 ระบุว่าหากโจทก์ผิดสัญญาไม่ว่าข้อใด โจทก์ยินยอมให้จำเลยเลิกจ้างก่อนครบกำหนดได้ และโจทก์ไม่เรียกร้องค่าชดเชย ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 253
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3348 - 3350/2532นาย มาก กลิ่น ชู กร กับพวกโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด บี.พี.เค . ธุรกิจ กับพวกจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 วรรคท้ายสัญญาจ้างแรงงานกำหนดวันที่เริ่มมีผลใช้บังคับและวันที่สิ้นสุดไว้แน่นอน แม้จะกำหนดเงื่อนไขไว้ว่า หากโจทก์ผิดสัญญาไม่ว่าจะเป็นข้อหนึ่งข้อใด โจทก์ยินยอมให้จำเลยเลิกจ้างหรือไล่ออกได้ทันทีก่อนที่จะครบกำหนดเลิกจ้างตามสัญญา และโจทก์ไม่ขอเรียกร้องสิทธิและผลประโยชน์ตอบแทน หรือค่าเสียหายหรือค่าชดเชยจากจำเลยแต่อย่างใดทั้งสิ้น ดังนี้มีความหมายเพียงว่า ถ้าโจทก์ทำผิดสัญญาไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด โจทก์ยอมให้จำเลยเลิกจ้างหรือไล่โจทก์ออกจากงานได้ทันทีก่อนที่จะครบกำหนดเลิกจ้างตามสัญญาได้ จึงเป็นสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 วรรคท้ายโจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องมีใจความว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้ง 3เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำเมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2528 ทำหน้าที่ช่างปูน ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายวันละ 105 บาท ในการเข้าทำงานกับจำเลยครั้งแรกนั้น จำเลยได้ให้โจทก์เขียนใบสมัครงานไว้เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการทำสัญญากันไว้ ครั้นต่อมาเมื่อโจทก์ทั้งสามเข้าทำงานกับจำเลยได้ประมาณ 1 ปี จำเลยได้นำสัญญาจ้างซึ่งมีแต่เพียงชื่อของโจทก์ทั้งสามโดยไม่ได้กรอกข้อความในช่องว่างมาให้โจทก์ทั้งสามเซ็นชื่อและพิมพ์ลายนิ้วมือไว้รวม 3 ครั้ง จนถึงวันที่ 10 มีนาคม 2532 จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ทั้งสามโดยอ้างว่าหมดสัญญาจ้าง ซึ่งไม่เป็นความจริง จำเลยมีเจตนาหลีกเลี่ยงกฎหมายโดยจะทำให้คล้ายกับว่าการที่จำเลยจ้าง โจทก์ทั้งสามเข้าทำงานกับจำเลยเป็นการจ้างเข้าทำงานที่มีกำหนดระยะเว