หน้าที่ของนายทะเบียนท้องที่ในการออกใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวให้แก่บุคคลที่ถูกถอนสัญชาติไทย
เมื่อโจทก์ทั้งสี่เสียสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 แล้ว จึงต้องไปขอใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวจากนายทะเบียนท้องที่ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ. 2493 มาตรา 8 และจำเลยซึ่งเป็นนายทะเบียนท้องที่มีหน้าที่ต้องออกใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวให้โจทก์ทั้งสี่
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยออกใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวให้โจทก์ทั้งสี่
โจทก์ทั้งสี่เกิดในราชอาณาจักรไทยจึงมีสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7(3) แม้จะใช้สัญชาติของบิดาโดยขอบัตรประจำตัวคนญวนอพยพ แต่ยังคงมีสัญชาติไทยเพราะยังมิได้มีการถอนสัญชาติตามมาตรา 17 วรรคท้าย ต่อมาถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4145/2532นาย สือ เหงียน หรือ เหวียน กับพวกโจทก์สารวัตร ใหญ่ สถานีตำรวจภูธร อำเภอ เมือง อุบลราชธานีจำเลย พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ.2493 ม. 8 พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 ม. 7, ม. 14, ม. 17 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1โจทก์เกิดในราชอาณาจักร ไทย จึงมีสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 7(3) แม้โจทก์จะใช้สัญชาติของบิดาโดยขอบัตรประจำตัวคนญวนอพยพ แต่โจทก์ก็ยังคงมีสัญชาติไทย เพราะยังมิได้มีการถอนสัญชาติตามมาตรา 17 วรรคท้าย ต่อมาโจทก์ถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13ธันวาคม 2514 เมื่อโจทก์เสียสัญชาติไทยจึงต้องไปขอใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวจากนายทะเบียนท้องที่ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ. 2493 มาตรา 8 จำเลยซึ่งเป็นนายทะเบียนท้องที่จึงมีหน้าที่ต้องออกใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวให้โจทก์.โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยออกใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ทั้งสี่เกิดในราชอาณาจักรไทย โจทก์ทั้งสี่เป็นคนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต การออกใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวเป็นอำนาจและดุลพินิจของนายทะเบียนคนต่างด้าวซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยออกใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวให้โจทก์ทั้งสี่จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสี่เกิดในราชอาณาจักรไทยจึงมีสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508มาตรา 7(3) แม้โจทก์ทั้งสี่จะใช้สัญชาติของบิดาโดยขอบัตรประจำตัวคนญวนอพยพก็ตาม แต่โจทก์ทั้งสี่ก็ยังคงมีสัญชาติไทยอยู่ตามกฎหมายเพราะยังมิไ