ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2533

ประเด็นกฎหมาย

การร้องทุกข์โดยผู้รับมอบอำนาจที่กระทำเกินขอบเขตอำนาจที่ได้รับ ทำให้การร้องทุกข์ไม่ชอบ และส่งผลให้พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน พนักงานอัยการไม่มีอำนาจ

หลักกฎหมาย

ในคดีความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน หากผู้รับมอบอำนาจร้องทุกข์เกินขอบเขตที่ได้รับมอบหมาย ถือว่าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 121 และพนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ร่วมมอบอำนาจให้นายพิทักษ์ไปแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 2 เท่านั้น แต่นายพิทักษ์กลับไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 ในฐานะส่วนตัว โดยไม่มีข้อความระบุว่าได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ร่วม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2533พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่โจทก์โจทก์ร่วมโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด เชียงใหม่ บริการโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชู ตระกูลพานิช กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 2 (7), ม. 120, ม. 121 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 โจทก์ร่วมมอบอำนาจให้ พ. ไปแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 2 ในข้อหาออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค แต่ พ. ไม่ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 2 กลับไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1ในฐานะส่วนตัวซึ่งเป็นการร้องทุกข์ที่ไม่ชอบ เพราะ พ. ไม่ใช่ผู้เสียหาย เท่ากับว่าโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีนี้ซึ่งเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัวแก่จำเลยทั้งสองต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจสอบสวนตาม ป.วิ.อ.มาตรา 121 และพนักงานอัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 3จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา ห้างหุ้นส่วนจำกัดเชียงใหม่บริการผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 20,000 บาทจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 9 เดือน หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้ยึดทรัพย์จำเลยที่ 1 ใช้แทนค่าปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีมีปัญหาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองหรือไม่ ที่โจทก์ฎีกา