ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 833/2533

ประเด็นกฎหมาย

จำเลยไม่อาจยกความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ เพราะมิได้ให้การต่อสู้ไว้ และศาลชั้นต้นไม่ชอบที่หยิบยกพระราชบ

หลักกฎหมาย

การเช่าทรัพย์อยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะเช่าทรัพย์ หากจำเลยจะอ้างความคุ้มครองตามกฎหมายพิเศษก็ต้องยกขึ้นต่อสู้ไว้ เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 บัญญัติให้จำเลยแสดงโดยแจ้งชัดในคำให้การว่า จำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือบางส่วนรวมทั้งเหตุแห่งการน

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 3372 ตำบลวัดไทรย์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ให้จำเลยชำระเงิน 22,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 14,000 บาท นับแต่วันที่ 1 เมษายน 2525 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ 8,000 บาท นับแต่ปี พ.ศ. 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินของโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์ทำนา ค้างชำระค่าเช่ารวม 2 ปี โจทก์บอกเลิกการเช่าและฟ้องขับไล่ จำเลยให้การว่าเป็นนิติกรรมอำพรางจำนองและไม่เคยเช่า แต่ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าเป็นสัญญาเช่า และจำเลยมิได้ยกกฎหมายพิเศษขึ้นต่อสู้ในคำให้การ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 833/2533นาง ลออง สุขแช่ม กับพวกโจทก์นาง ใบ ศรีวรร ณจำเลย ป.พ.พ. ม. 369, ม. 560 ป.วิ.พ. ม. 177 พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 การเช่าทรัพย์อยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะเช่าทรัพย์ หากจำเลยจะอ้างความคุ้มครองตามกฎหมายพิเศษก็ต้องยกขึ้นต่อสู้ไว้ เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 บัญญัติให้จำเลยแสดงโดยแจ้งชัดในคำให้การว่า จำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือบางส่วนรวมทั้งเหตุแห่งการนั้น เมื่อตามคำให้การของจำเลยไม่ได้อ้างสิทธิความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517อันเป็นกฎหมายพิเศษขึ้นต่อสู้คดี จำเลยจึงยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกาไม่ได้ และที่ศาลชั้นต้นหยิบยกพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 โดยจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ขึ้นวินิจฉัย จึงไม่ชอบ เมื่อจำเลยค้างชำระค่าเช่านาพิพาทรวม 2 ปี โจทก์ย่อมมีสิทธิบอกเลิกการเช่า ฟ้องขับไล่เรียกค่าเช่าที่ค้างชำระและค่าเสียหายจากจำเลยได้คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นรวมพิจารณาและพิพากษาเข้าด้วยกันโจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินโฉนดเลขที่ 3372 ตำบลวัดไทรย์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ (อำเภอปากน้ำโพ) จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อปี พ.ศ. 2519จำเลยได้เช่าทำนามีระยะเวลาการเช่า 6 ปี โดยเสียค่าเช่าในปี พ.ศ. 2519 ถึงปี พ.ศ. 2523 ปีละ 6,000 บาท และปี พ.ศ. 2524เสียค่าเช่า 8,000 บาท จำเลยชำระค่าเช่าให้โจทก์ถึงปี พ.ศ. 2522แล้วผิดนัดไม่ชำระ โจทก์จึงร้องเรียนต่อนายอำเภอเมืองนครสวรรค์จำเลยยอมรับว่า ค้างค่าเช่าโจทก์ในปี พ.ศ. 2523 เป็นเงิน 6,000 บาทขอผ่อนชำระให้โจทก์พร้อมค่า