อำนาจฟ้องของโจทก์ที่ถูกจำเลยเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพโดยไม่ชอบ และการตีความประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1 เกี่ยวกับการถอนสัญชาติ
แม้จำเลยจะมิใช่ผู้จดแจ้งชื่อโจทก์ไว้ในทะเบียน แต่เมื่อฟ้องขอให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในปัจจุบันถอนชื่อเพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ก็มีอำนาจฟ้อง และข้อต่อสู้ที่ไม่ได้ยกขึ้นในคำให้การ แม้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาก็ไม่วินิจฉัยให้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142(5) ส่วนการถอนสัญชาติต
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นบุคคลสัญชาติไทย และให้จำเลยถอนชื่อโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 ออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ
โจทก์ที่ 1 เป็นคนสัญชาติญวนเกิดในไทย เป็นภรรยาของนายไพบูลย์คนสัญชาติไทย มีบุตรด้วยกัน 4 คน (โจทก์ที่ 2-5) ซึ่งเกิดในไทย จำเลยเพิ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานกิจการญวนอพยพภายหลังที่ได้จดแจ้งชื่อโจทก์ลงทะเบียนแล้ว และจำเลยไม่ได้ยกข้อต่อสู้เรื่องการติดต่อให้ถอนชื่อก่อนฟ้องในคำให้การ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 989/2533นาง พรศรี เฉลิมพร กับพวกโจทก์พันตำรวจโท เติม ศักดิ์ ช้าง แก้วจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 142 (5) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1แม้จำเลยเพิ่งมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานกิจการญวณอพยพจังหวัด อุบลราชธานี ภายหลังจากได้มีการจดแจ้งชื่อโจทก์ลงในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพแล้วก็ตาม แต่ฟ้องและคำขอท้ายฟ้องของโจทก์มีสาระสำคัญขอให้จำเลยซึ่งเป็นหัวหน้าสำนักงานกิจการญวนอพยพจังหวัด อุบลราชธานี คนปัจจุบันถอนชื่อโจทก์ออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ เพราะลงชื่อไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้จำเลยจะมิใช่ผู้จดแจ้งชื่อโจทก์ไว้ในทะเบียน โจทก์ก็มีอำนาจฟ้อง การที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่เคยไปติดต่อจำเลยให้ถอนชื่อโจทก์ออกจากทะเบียนคนญวนอพยพก่อนฟ้องโดยไม่ได้ต่อสู้ไว้ในคำให้การนั้น แม้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาก็ไม่เห็นสมควรวินิจฉัยให้ พ. คนสัญชาติไทยอยู่กินฉันสามีภรรยากับโจทก์ที่ 1คนสัญชาติญวนซึ่งเกิดในประเทศ ไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509โดยมิได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ให้กำเนิดโจทก์ที่ 2 เมื่อปีพ.ศ. 2510 ต่อมา พ.ศ. 2512 พ. และโจทก์ที่ 1 จึงได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย โจทก์ที่ 2 ไม่ใช่บุคคลที่ถูกถอนสัญชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ข้อ 1เพราะโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นมารดา ไม่ใช่บุคคลตามข้อ 1(1)(2) และ(3) ตามประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าว.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายง้วมกับนางวิน แซ่เลียด คนต่างด้าว สัญชาติญวน โจทก์ที่ 1 เกิดในราชอาณาจักรไทย จึงเป็นคนสัญชาติไทย โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายไพบูลย์ เฉลิมพร คนสัญชาติไทยกับโ