ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 989/2533

ประเด็นกฎหมาย

อำนาจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งภายหลังการจดทะเบียน และการถอนสัญชาติบุตรที่เกิดก่อนการสมรส

หลักกฎหมาย

แม้จำเลยจะมิใช่ผู้จดแจ้งชื่อโจทก์ไว้ในทะเบียน แต่เมื่อเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน โจทก์มีอำนาจฟ้องให้ถอนชื่อได้ และบุตรที่เกิดก่อนการสมรสของบิดาไทยกับมารดาญวน ไม่ถูกถอนสัญชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1 เพราะมารดาไม่ใช่บุคคลตามข้อ 1(1)(2)(3)

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยถอนชื่อโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 ออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ที่ 1 เป็นคนสัญชาติญวน เกิดในไทย เป็นภรรยาของนายไพบูลย์คนสัญชาติไทย มีบุตรด้วยกัน 4 คนคือโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 โดยโจทก์ที่ 2 เกิดก่อนการจดทะเบียนสมรส จำเลยเพิ่งมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานกิจการญวนอพยพภายหลังการจดแจ้งชื่อโจทก์ลงทะเบียน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 989/2533นาง พรศรี เฉลิมพร กับพวกโจทก์พันตำรวจโท เติม ศักดิ์ ช้าง แก้วจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 142 (5) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 จำเลยเพิ่งมาดำรง ตำแหน่ง หัวหน้าสำนักงานกิจการญวนอพยพ จังหวัด อุบลราชธานี ภายหลังจากที่ได้ จดแจ้งชื่อ โจทก์ที่ 2 ถึง ที่ 5 ลงทะเบียนคนญวนอพยพแล้ว ตาม ฟ้องและคำขอท้ายฟ้องโจทก์ที่ 2 ถึง ที่ 5 มีสาระสำคัญขอให้จำเลยซึ่ง เป็นหัวหน้าสำนักงานกิจการญวนอพยพ จังหวัด อุบลราชธานีคนปัจจุบันถอน ชื่อ โจทก์ที่ 2 ถึง ที่ 5 ออกจากทะเบียนคนญวนอพยพเพราะการลงชื่อโจทก์ที่ 2 ถึง ที่ 5 ไว้ในทะเบียนดังกล่าวไม่ชอบด้วย กฎหมาย ดังนั้นแม้จำเลยจะมิใช่ผู้จดแจ้งชื่อ โจทก์ที่ 2 ถึง ที่ 5 ไว้ในทะเบียน โจทก์ที่ 2 ถึง ที่ 5 มีอำนาจฟ้องจำเลยได้ แม้อำนาจฟ้องจะเป็น ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อจำเลย มิได้ยกข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การหากศาลฎีกาไม่เห็นสมควรจะไม่ วินิจฉัยให้ก็ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) นาย พ. คนสัญชาติไทยอยู่กินฉัน สามีภรรยากับโจทก์ที่ 1คนสัญชาติญวนโดย มิได้จด ทะเบียนสมรส และให้กำเนิดโจทก์ที่ 2 ต่อมานาย พ. กับโจทก์ที่ 1 ได้ จด ทะเบียนสมรสกันโจทก์ที่ 2 จึงไม่ใช่บุคคลที่จะถูก ถอน สัญชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2519ข้อ 1 เพราะโจทก์ที่ 1 ไม่ใช่บุคคลตาม ข้อ 1(1)(2) และ (3)ตาม ประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าว.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายง้วมกับนางวิน แซ่เลียด คนต่างด้าว สัญชาติญวน โจทก์ที่ 1 เกิดในราชอาณาจักรไทย จึงเป็นคนสัญชาติไทย โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายไพบูลย์ เฉลิมพร คนสัญชาติไทยกับโจทก