การถอนสัญชาติไทยของบุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1 ต้องมีบิดาเป็นคนต่างด้าว หรือมารดาเป็นคนต่างด้าวแต่ไม่ปรากฏบิด
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1 กำหนดให้ถอนสัญชาติไทยของบุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยโดยบิดาเป็นคนต่างด้าว หรือมารดาเป็นคนต่างด้าวแต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย หากมีบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย แม้มารดาเป็นคนต่างด้าว ก็ไม่อาจถูกถอนสัญชาติไทยด้วยกรณีมารดาเป็นคนต่างด้าว และหากบิดามีสัญชาติไทยขณะที่บุตร
โจทก์ทั้งหกเป็นบุคคลสัญชาติไทย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
โจทก์ทั้งหกเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายประกอบ (บิดา) ซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการเกิดในราชอาณาจักร และนางเตียด (มารดา) ซึ่งเป็นคนสัญชาติญวน โจทก์เกิดในราชอาณาจักรไทยก่อนวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ขณะเกิดบิดามีสัญชาติไทย ต่อมาบิดาถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1204/2533นาย สุพงษ์ บัว ซ้อน กับพวกโจทก์ร้อยเอก อรุณ พันธุ์ภัก ดี กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 ม. 7 (3) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1การที่บุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยจะถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 นั้น ประการแรกจะต้องปรากฏว่าบุคคลนั้นมีบิดาเป็นคนต่างด้าวหรือมารดาเป็นคนต่างด้าวแต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีของโจทก์ ในขณะที่เกิดโจทก์เป็นบุตรของมารดาซึ่งเป็นคนต่างด้าว แต่โจทก์มีบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนี้โจทก์จึงไม่อาจถูกถอนสัญชาติไทยด้วยกรณีที่ มารดา โจทก์เป็นคนต่างด้าว ป. บิดาโจทก์ เกิดเมื่อ พ.ศ. 2473 ที่จังหวัดนครพนม จึงเป็นบุคคลสัญชาติไทยโดยการเกิดในราชอาณาจักรตาม พ.ร.บ.สัญชาติที่ใช้อยู่ในขณะนั้นและโจทก์ทั้งหกเป็นบุคคลสัญชาติไทยโดยการเกิดในราชอาณาจักรก่อนวันที่ 13 ธันวาคม 2515 อันเป็นวันที่ประกาศของคณะปฏิบัติ ฉบับที่ 337 ใช้บังคับดังนั้นขณะที่โจทก์ทุกคนเกิดป. บิดาโจทก์ยังมีสัญชาติไทยอยู่ แม้ต่อมา ป. บิดาโจทก์จะถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ก็ไม่มีบทบัญญัติให้ถอนสัญชาติไทยของโจทก์ด้วย ดังนี้ ถือไม่ได้ว่า โจทก์เป็นบุคคลต่างด้าว โจทก์จึงเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย.คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกนายสุพงษ์ บัวซ้อน เป็นโจทก์ที่ 1 นายระลึกบัวซ้อน เป็นโจทก์ที่ 2 นางสุพร ไพจันทร์ เป็นโจทก์ที่ 3 นางสมจิตรบัวซ้อน เป็นโจทก์ที่ 4 นางสาวสมใจ บัวซ้อน เป็นโจทก์ที่ 5 และนายสมจร บัวซ้อน เป็นโจทก์ที่ 6โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องทำนองเดียวกันว่า โจทก์ทุกคนเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายประกอบหรือเต่ย บัวซ้อน หรือตีเต้ย