สัญญากู้เงินที่บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ให้กู้โดยไม่มีการจดทะเบียนจำนองทรัพย์สินลำดับหนึ่งเป็นประกัน ฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุนฯ มาตรา 54(2) ตกเป
ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุนฯ มาตรา 54(2) ห้ามบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ให้กู้ยืมเงินเว้นแต่รับจำนองทรัพย์สินลำดับหนึ่งเป็นประกัน หากฝ่าฝืนสัญญากู้ตกเป็นโมฆะ
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์เป็นบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ให้จำเลยกู้เงิน 195,303.24 บาท โดยไม่มีการจดทะเบียนจำนองทรัพย์สินลำดับหนึ่งเป็นประกัน และโจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้พร้อมดอกเบี้ย มิได้บังคับให้จำนอง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1784/2538บริษัท เครดิตฟองซิเอร์กรุงเทพเคหะ จำกัดโจทก์นาย ประยูร ม่วงไทย กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 113 เดิม, ม. 150 ป.วิ.พ. ม. 55 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 , ม. 54ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุนธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์พ.ศ.2522มาตรา54(2)ห้ามมิให้บริษัทเครดิตฟองซิเอร์กระทำการให้กู้ยืมเงินเว้นแต่การรับจำนองทรัพย์สินลำดับหนึ่งเป็นประกันดังนั้นการที่โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ให้จำเลยทั้งสองกู้เงินโดยมิได้มีการจดทะเบียนจำนองทรัพย์สินลำดับหนึ่งเป็นประกันจึงฝ่าฝืนบทกฎหมายดังกล่าวตกเป็นโมฆะโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการเกี่ยวกับธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์จำเลยทั้งสองทำสัญญากู้เงินโจทก์จำนวน 195,303.24 บาท ยอมเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 20 ต่อปี นับแต่วันกู้จนกว่าจะชำระเสร็จต่อมาจำเลยทั้งสองผิดนัดโจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 242,933.62 บาทพร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจให้กู้ยืมเงิน และไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ จำเลยทั้งสองไม่ได้กู้เงินและไม่ได้รับเงินจำนวนตามฟ้องจำเลยทั้งสองตกลงซื้อที่ดินพร้อมบ้านจากบริษัทเคหะนครจำกัด ในราคา 195,303.24 บาท โดยผ่อนชำระเป็นรายเดือนบริษัทเคหะนคร จำกัด ให้จำเลยผ่อนชำระค่างวดผ่านทางโจทก์จำเลยผ่อนชำระค่างวดไปแล้วเป็นเงิน 17,200 บาท จำเลยทั้งสองได้ไปติดต่อขอกู้เงินจากธนาคารอาคารสงเคราะห์เพื่อจะนำไปชำระหนี้ที่เหลือ ซึ่งจำเลยต้องนำที่ดินและบ้านดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองเพื่อเป็นประกันหนี้ แต่บริษัทเคหะนคร จำกัด ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้จำเลยได้ โดยอ้างว่าติดภาระจำนองกับธนาคารกรุงเทพ จำก