ค่าครองชีพที่จ่ายเป็นประจำรายเดือนมีกำหนดแน่นอนถือเป็นค่าจ้าง และการเลิกจ้างเนื่องจากขาดความอุตสาหะหย่อนความสามารถเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไ
ค่าครองชีพที่จ่ายเป็นประจำรายเดือนมีกำหนดแน่นอนเช่นเดียวกับค่าจ้าง ถือเป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 2 และต้องนำมาเป็นฐานในการคำนวณค่าชดเชยและเงินบำเหน็จ การเลิกจ้างเนื่องจากขาดความอุตสาหะหย่อนความสามารถไม่ใช่การกระทำผิดตามข้อ 47 และไม่ใช่การพ้นจากตำแหน่งตาม พ.ร.บ. คุณสมบัติมาตรฐานฯ จึงเป็นก
พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จส่วนที่ขาดและค่าชดเชยแก่โจทก์ตามที่ศาลแรงงานกลางพิพากษา
จำเลยจ่ายค่าครองชีพให้ลูกจ้างเป็นประจำรายเดือนมีกำหนดแน่นอน และเลิกจ้างลูกจ้างโดยอ้างว่าขาดความอุตสาหะหย่อนความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1400/2533นาง ถนอมศรี จินุศร กับพวกโจทก์องค์การ ทอผ้าจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 46, ข้อ 47ค่าครองชีพที่ นายจ้าง จ่ายให้ลูกจ้างเป็นประจำรายเดือน มีกำหนดแน่นอนเช่นเดียว กับเงินเดือนหรือค่าจ้าง ถือ ว่าเป็นเงินที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงานดังนี้เป็นค่าจ้างตาม ความหมายของประกาศ กระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 ซึ่ง ต้อง นำมาเป็นฐาน ในการคำนวณค่าชดเชยด้วย ประกาศ กระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46ระบุว่าการเลิกจ้างหมายถึง การที่ นายจ้าง ให้ลูกจ้างออกจากงานปลดออกจากงาน หรือไล่ออกจากงาน โดย ลูกจ้างมิได้กระทำผิดตาม ข้อ 47มิได้มีข้อความระบุยกเว้นไว้ว่าการออกจากงานเนื่องจากขาดความอุตสาหะ หย่อนความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ไม่ใช่เป็นการเลิกจ้าง ดังนี้ การที่ นายจ้าง เลิกจ้างโดย เหตุที่ลูกจ้างขาดความอุตสาหะ หย่อนความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ จึงมิใช่การเลิกจ้างเนื่องจากลูกจ้างกระทำความผิดตาม ข้อ 47.คดีทั้งหกสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1ถึงโจทก์ที่ 6โจทก์ทั้งหกสำนวนฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 5 และนายสุทันสนั่นนาม สามีโจทก์ที่ 6 เป็นลูกจ้างของจำเลย ต่อมาเมื่อวันที่ 2เมษายน 2527 และวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2532 โจทก์ที่ 1 ที่ 2ได้ขอลาออกจากงานตามลำดับโดยไม่มีความผิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม2532 วันที่ 30 พฤศจิกายน 2523 และวันที่ 16 มกราคม 2523 จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ตามลำดับ โดยอ้างว่าโจทก์ที่ 3ที่ 4 ที่ 5 หย่อนความสามารถในการทำงาน และเมื่อวันที่ 2 มิถ