การคำนวณค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีต้องคิดจากอัตราค่าจ้างขณะเลิกจ้าง และค่าครองชีพเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างที่ต้องนำมาคำนวณ
สิทธิของลูกจ้างที่จะได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเกิดขึ้นเมื่อถูกเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 45 ดังนั้นการคำนวณค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีจึงต้องคิดจากอัตราค่าจ้างขณะเลิกจ้าง ซึ่งรวมถึงค่าครองชีพที่ลูกจ้างได้รับขณะนั้น
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
โจทก์ถูกเลิกจ้างเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2532 เนื่องจากครบเกษียณอายุ ขณะเลิกจ้างได้รับเงินเดือนเดือนละ 13,800 บาท และค่าครองชีพเดือนละ 800 บาท รวมเป็นค่าจ้างสุดท้ายเดือนละ 14,600 บาท และมีวันหยุดพักผ่อนประจำปีเหลืออีก 19 วัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1426/2533นาย สมบูรณ์ ชาตพลจันท ยาโจทก์การท่องเที่ยว แห่งประเทศ ไทย กับพวกจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 45ตาม ประกาศ กระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 45สิทธิของลูกจ้างที่จะได้ รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเกิดขึ้นเมื่อถูก เลิกจ้าง ฉะนั้นการคำนวณค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี จึงต้อง คิดจากอัตราค่าจ้างขณะเลิกจ้าง ดังนี้การนำค่าครองชีพรวมกับเงินเดือนของลูกจ้างมาคำนวณค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี จึงชอบแล้ว.โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทรัฐวิสาหกิจเดิมชื่อองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยต่อมาปี พ.ศ. 2522 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยใช้ชื่อย่อว่า ททท. จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่า โจทก์ครบเกษียณอายุ60 ปี ซึ่งไม่เป็นความจริง ความจริงโจทก์ยังมีอายุไม่ครบ60 ปีบริบูรณ์ โจทก์มีอายุเพียง 54 ปี การที่จำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ตกงานและขาดรายได้ประจำรวมเป็นเงินที่โจทก์มีสิทธิได้รับ 2,898,491.38 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยรับโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยมีเงินเดือนเดือนละ 13,800 บาท เข้าทำงานเมื่อปี พ.ศ. 2506โจทก์อายุ 60 ปีแล้ว สำหรับค่าเสียหายที่โจทก์ฟ้อง จำเลยไม่ต้องรับผิดเพราะไม่ได้เกิดจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์เพราะโจทก์เกษียณอ