ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1827/2533

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน แต่ไม่ใช่งานครั้งคราว ตามฤดูกาล หรือโครงการ นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย (ฉบับที่ 11)

หลักกฎหมาย

แม้สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาแน่นอน แต่ถ้าไม่ใช่การจ้างเพื่อทำงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราว เป็นการจร ตามฤดูกาล หรือตามโครงการ นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย (ฉบับที่ 11) ข้อ 7

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 2,340 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์รวม 6 ฉบับ แต่ละฉบับกำหนดระยะเวลา 120 วัน เมื่อครบกำหนดให้หยุด 3-4 วันแล้วทำสัญญาใหม่ สัญญาฉบับสุดท้ายสิ้นสุดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2532 จำเลยเลิกจ้างเนื่องจากครบกำหนดสัญญา งานที่โจทก์ทำไม่ใช่งานครั้งคราว ตามฤดูกาล หรือโครงการ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1827/2533นาย อุด มศักดิ์ รั้งจันทึ กโจทก์บริษัท ไทย เกรียงปั่นทอฟอกย้ อม จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46ตาม ประกาศ กระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46ซึ่ง แก้ไขใหม่โดย ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2532 ข้อ 7เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยจ้าง โจทก์เพื่อทำงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวเป็นการถาวร พ้นไปตาม ฤดูกาลหรือเป็นงานตาม โครงการจำเลยต้อง จ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง โจทก์ทำงานกับจำเลยตามสัญญาฉบับ สุดท้ายมีอายุการทำงาน 120 วัน จำเลยต้อง จ่ายค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประเภทรับค่าจ้างรายวันของจำเลย โดยเริ่มเข้าทำงานตั้งแต่เดือนตุลาคม 2530 ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายวันละ 78 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 13 และวันที่28 ของเดือน ต่อมาเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2532 จำเลยให้โจทก์หยุดทำงานโดยไม่ยอมจ่ายค่าจ้าง จำเลยบอกให้โจทก์คอยไปสักพักหนึ่งแล้วจะให้โจทก์เข้าทำงานใหม่ โจทก์คอยเป็นเวลาเกินกว่า 7 วันแล้วจำเลยไม่ยอมให้โจทก์กลับเข้าทำงาน ถือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด และมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์ทำงานมาเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย90 วัน เป็นเงิน 7,020 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 24 วันเป็นเงิน 1,872 บาท การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายที่ต้องตกงานขาดรายได้ประจำ ต้องเสียเวลาในการตั้งต้นทำงานใหม่และขาดเงินที่ต้องส่งเสียให้แก่บิดามารดา เป็นเงิน 10,000 บาท ระหว่างที่โจทก์ทำงานกับจำเลย จำเลยไม่เคยให้โจทก์หยุดพักผ่อนประจำปี โจทก์ทำงานมาเป็นเวลา 2 ป