ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2036/2533

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างโดยอ้างพฤติการณ์ไม่น่าไว้วางใจส่อไปในทางทุจริต ไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม แต่ลูกจ้างยังมีสิทธิได้รับค่าชดเชยและเงินบำเหน็จ

หลักกฎหมาย

การเลิกจ้างเพราะเหตุไม่ไว้วางใจโดยมีพฤติการณ์ส่อไปในทางไม่สุจริต มิใช่การเลิกจ้างเพราะกระทำการทุจริตโดยตรง นายจ้างไม่ต้องนำสืบถึงการกระทำทุจริตโดยตรง และมีสิทธิเลิกจ้างได้ตามกฎหมาย ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม แต่ลูกจ้างยังมีสิทธิได้รับค่าชดเชยและเงินบำเหน็จหากข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่ากระทำความผิด

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 39,420 บาท และเงินบำเหน็จจำนวน 65,700 บาท แก่โจทก์ คำขออื่นของโจทก์ให้ยกเสีย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นลูกจ้างขับรถของจำเลย ได้ไขเครื่องโทรศัพท์สาธารณะโดยไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง จำเลยเลิกจ้างโดยอ้างพฤติการณ์ไม่น่าไว้วางใจส่อไปในทางทุจริต มิใช่เพราะทุจริตโดยตรง ศาลแรงงานกลางฟังว่าโจทก์ไม่ได้ทุจริตและวินิจฉัยว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2036/2533นาย ณ รงค์ จิต สงวน วงศ์โจทก์องค์การโทรศัพท์ แห่งประเทศ ไทยจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์มีพฤติการณ์ไม่น่าไว้วางใจส่อไปในทางทุจริตโดย หวัง ผลประโยชน์อันได้ ชื่อ ว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วร้ายแรง มิใช่เลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์กระทำการทุจริตโดยตรง ดังนี้จำเลยจึงไม่ต้องนำสืบถึง การกระทำทุจริตโดยตรงของโจทก์ จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์หาเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ไม่ ส่วนข้อกล่าวหาของจำเลยที่ว่าโจทก์ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงจะเป็นเหตุให้โจทก์ไม่มีสิทธิได้ รับค่าชดเชยตาม ข้อบังคับหรือไม่นั้นย่อมอยู่ในดุลพินิจ ของศาลที่จะวินิจฉัยให้ตาม รูปคดี ดังนี้เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะพฤติการณ์ไม่น่าไว้วางใจ แต่ ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ กระทำผิดประการใด จำเลยจึงต้อง จ่ายค่าชดเชยให้โจทก์.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำทำหน้าที่ขับรถ ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 6,870 บาท เมื่อวันที่ 16พฤศจิกายน 2531 จำเลยมีคำสั่งปลดโจทก์ออกจากงานโดยไม่เป็นธรรมขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างเท่าเดิม หรือจ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน 100,000 บาท และค่าชดเชย 41,220 บาท เงินบำเหน็จเป็นเงิน 68,700 บาทจำเลยให้การว่า จำเลยได้ปลดโจทก์ออกจากงานเนื่องจากโจทก์ได้ใช้กุญแจไขเครื่องโทรศัพท์สาธารณะบริเวณถนนรามคำแหงโดยไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง มีพฤติการณ์ส่อไปในทางไม่สุจริตโดยหวังผลประโยชน์อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง จำเลยได้มีคำสั่งเลิกจ้างโดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการ