การพิสูจน์สัญชาติไทยโดยการเกิดในประเทศไทย เมื่อมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสถานที่เกิดและความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐาน
การฟังข้อเท็จจริงว่าบุคคลเกิดในประเทศไทยต้องอาศัยพยานหลักฐานที่เชื่อถือได้ เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน และหนังสือเดินทางที่สอดคล้องกัน หากพยานหลักฐานขัดแย้งและไม่น่าเชื่อถือ ศาลจะไม่รับฟังว่าผู้นั้นเกิดในประเทศไทย
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ยกคำร้อง เนื่องจากพยานหลักฐานฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องเกิดในประเทศไทย
ผู้ร้องอ้างว่าเกิดในประเทศไทย แต่เมื่ออายุ 3 ปี เดินทางไปประเทศจีนกับบิดาและอยู่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน หนังสือเดินทางไม่ตรงกับสูติบัตรและทะเบียนบ้าน พยานบุคคลไม่น่าเชื่อถือเนื่องจากผู้ร้องน่าจะจำญาติในประเทศไทยไม่ได้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2063/2533นาย คุณ เซ็ง แซ่โคว หรือ วิรัตน์ แซ่โง้วผู้ร้องพนักงานอัยการ กรมอัยการผู้คัดค้าน พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 ผู้ร้องกับบิดาเดินทางไปประเทศ จีน ขณะที่ผู้ร้องอายุเพียง3 ขวบ เมื่อไปถึง ประเทศ จีน ได้ 2 เดือน บิดาผู้ร้องถึงแก่กรรมผู้ร้องจึงอยู่กับย่า คนเดียวในประเทศ จีน ผู้ร้องไม่น่าจะจำได้ ว่ามีญาติพี่น้องชื่อ อะไรที่อยู่ในประเทศ ไทย ทั้งวันเดือน ปีเกิดและสถานที่เกิดในหนังสือเดินทางของผู้ร้องไม่ตรง กับสูติบัตรและทะเบียนบ้าน ในประเทศ ไทย จึงฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องเกิดในประเทศ ไทย .ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นคนสัญชาติไทย เกิดในประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2487 ที่จังหวัดปราจีนบุรี เมื่ออายุประมาณ3 ขวบ ได้ติดตามบิดาเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ประเทศจีน แต่เมื่อไปอยู่ได้ 2 เดือน บิดาถึงแก่กรรม ผู้ร้องจึงต้องอยู่กับย่าตลอดมาจนย่าถึงแก่กรรม ผู้ร้องได้ติดต่อกับญาติในประเทศไทย และเดินทางกลับมาประเทศไทยเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2525 ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมือง เพื่อขอพิสูจน์สัญชาติแต่อธิบดีกรมตำรวจสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องนี้ขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องมีสัญชาติไทยผู้คัดค้านคัดค้านว่า ผู้ร้องมิได้มีสัญชาติไทย มิได้เกิดในประเทศไทย เป็นคนต่างด้าวเชื้อชาติจีน สัญชาติจีน เกิดเมื่อวันที่8 กรกฎาคม 2487 ที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนซื้อหนังสือเดินทางประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ไม่ว่ากรณีจะเป็นเช่นไรผู้ร้องได้อยู่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเวลาติดต่อกันถึง 34 ปี ผู้ร้องย่อมมีความฝักใฝ่ในสัญชาติจีน ซึ่งจะต้องถูกถอนสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 มาตรา 17ขอให้ยกคำร้อ