ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2189/2533

ประเด็นกฎหมาย

การหักเงินโบนัสกับหนี้ที่เกิดจากความสัมพันธ์นายจ้างลูกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 30

หลักกฎหมาย

หนี้ที่เกิดจากการที่ลูกจ้างและนายจ้างปฏิบัติต่อกันในฐานะลูกจ้างและนายจ้าง มิใช่หนี้อื่นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 30 ดังนั้น นายจ้างมีสิทธินำเงินโบนัสมาหักกับหนี้ดังกล่าวได้ โดยไม่ต้องคำนึงว่าเงินโบนัสเป็นค่าจ้างหรือไม่

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้ยกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ชำระเงินยืมทดรองจ่ายจำนวน 359,981.49 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2531 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย ขอเบิกเงินสมทบจากจำเลยเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝึกอบรมยังต่างประเทศ จำเลยอนุมัติให้ยืมเงินทดรองจ่าย ต่อมาจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ชดใช้เงินและระงับการจ่ายเงินโบนัสของโจทก์

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2189/2533นาย วิสูตร พงโศธรโจทก์องค์การโทรศัพท์ แห่งประเทศ ไทยจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 30โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย ได้ขอเบิกเงินสมทบจากจำเลยเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝึกอบรมยังต่างประเทศเนื่องจากโจทก์ได้รับทุนจากต่างประเทศ และจำเลยได้อนุมัติให้โจทก์ยืมเงินทดรองจ่ายไป การที่โจทก์ขอเบิกเงินจำนวนดังกล่าวจากจำเลย เป็นผลโดยตรงจากความผูกพันในฐานะลูกจ้างและนายจ้าง หนี้ที่เกิดขึ้นจึงเกิดจากการที่โจทก์จำเลยปฏิบัติต่อกันในฐานะลูกจ้างและนายจ้าง มิใช่หนี้อื่นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 30จำเลยมีสิทธินำเงินโบนัสที่จะต้องจ่ายแก่โจทก์มาหักกับหนี้ดังกล่าวได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าเงินโบนัสเป็นค่าจ้างหรือไม่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างมีคำสั่งให้โจทก์ชดใช้เงินและระงับการจ่ายเงินโบนัสของโจทก์โดยไม่ชอบ ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวของจำเลยและให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่าโจทก์เบิกเงินสมทบเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝึกอบรมยังต่างประเทศโดยไม่ชอบด้วยระเบียบ จึงต้องคืนให้โจทก์และฟ้องแย้งเรียกเงินดังกล่าวคืนพร้อมดอกเบี้ยศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ชำระเงินยืมทดรองจ่ายจำนวน 359,981.49 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2531 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "โจทก์อุทธรณ์ว่า เงินโบนัสถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง การที่จำเลยนำเงินโบนัสของโจทก์ไปหักชำระหนี้อื่นเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ