ระเบียบข้อบังคับของนายจ้างที่กำหนดให้เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยโดยไม่คำนึงว่าการฝ่าฝืนเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ จะมีผลบังคับได้หรือไม่ เมื่อประกาศกระทรวง
ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและคำสั่งของนายจ้างต้องอยู่ภายใต้บังคับของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) ซึ่งกำหนดว่านายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างที่ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือคำสั่งโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ต่อเมื่อการฝ่าฝืนเป็นความผิดกรณีร้ายแรง หรือถ้าไม่ใช่กรณีร้ายแรง ลูกจ้างต้องเคยถูกตั
พิพากษายืน (ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์จำนวน 27,540 บาท)
โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ค่าจ้างอัตราสุดท้ายวันละ 153 บาท จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์ทำผิดระเบียบข้อบังคับของจำเลย คือ นำสำเนาจดหมายไปปิดประกาศโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์มิได้กระทำผิดร้ายแรง และมิได้กระทำผิดซ้ำคำเตือน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2215/2533นาย ช่อ ภาคาโชติโจทก์บริษัท โรงงาน ผ้า ไทย จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และคำสั่งของนายจ้างนั้นต้อง อยู่ภายใต้บังคับของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานด้วย ดังนี้ เมื่อประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวข้อ 47(3) กำหนดว่า นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างที่ฝ่าฝืนข้อบังคับระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วย กฎหมายของนายจ้างโดย ไม่จ่ายค่าชดเชยต่อ เมื่อการฝ่าฝืนของลูกจ้างเป็นความผิดกรณีร้ายแรง ถ้า ไม่ใช่ความผิดกรณีร้ายแรงลูกจ้างก็ต้อง เคยถูก ตักเตือนเป็นหนังสือมาก่อนแล้ว และกระทำความผิดซ้ำ คำเตือน ฉะนั้นแม้ระเบียบข้อบังคับของจำเลยซึ่ง เป็นนายจ้างกำหนดว่าจำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างที่ทำผิดระเบียบข้อบังคับโดย ไม่ต้องคำนึงว่าเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ก็ตาม แต่ เมื่อปรากฏว่าโจทก์มิได้กระทำผิดร้ายแรง และมิได้กระทำผิดซ้ำ คำเตือนอีก เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงต้อง จ่ายค่าชดเชย.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างประจำค่าจ้างอัตราสุดท้ายวันละ 153 บาท จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำผิด จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และจำเลยไม่จ่ายค่าชดเชยกับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์ขอเรียกค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมอีก 100,000 บาท ขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมโดยจ่ายค่าจ้างในอัตราวันละ 153 บาท นับตั้งแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันรับโจทก์กลับเข้าทำงาน หรือให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ารวม 32,730 บาท กับค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมอีก 100,000 บาทแ