การพักงานโดยจ่ายค่าจ้างตามปกติไม่ถือเป็นการลงโทษทางวินัย และการเลิกจ้างในภายหลังไม่เป็นการลงโทษซ้ำซ้อน
การพักงานที่เป็นการลงโทษทางวินัยตามระเบียบข้อบังคับของนายจ้างต้องเป็นการพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้าง หากจ่ายค่าจ้างตามปกติย่อมไม่ถือว่าเป็นการลงโทษ และนายจ้างสามารถเลิกจ้างในภายหลังได้โดยไม่เป็นการลงโทษซ้ำซ้อน
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางที่ยกฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยว่าการพักงานโดยจ่ายค่าจ้างไม่ใช่การลงโทษ และการเลิกจ้างไม่เป็นการลงโทษซ้ำซ้อน
โจทก์เป็นพนักงานโรงแรม ถูกเลิกจ้างเนื่องจากพูดจาก้าวร้าว หมิ่นประมาทผู้บังคับบัญชา และทำลายทรัพย์สินของโรงแรม ก่อนเลิกจ้างจำเลยสั่งพักงานโจทก์ 7 วันเพื่อสอบสวนและจ่ายค่าจ้างตามปกติ ระเบียบข้อบังคับของจำเลยกำหนดให้การพักงานที่เป็นโทษต้องไม่จ่ายค่าจ้าง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2216/2533นาย ธีรพล จรัสรุ่งวิภากุ ลโจทก์บริษัท ดุสิตธานี จำกัดจำเลย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 11 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47, ข้อ 68ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยระเบียบการลงโทษทางวินัยของจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างกำหนดมาตรการลงโทษพนักงานที่กระทำความผิดไว้หลายประการรวมถึงการให้พักงานชั่วคราวโดยไม่จ่ายค่าจ้างระหว่างนั้นก่อนที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ จำเลยได้สั่งพักงานโจทก์เป็นเวลา7 วัน เพื่อทำการสอบสวน และจำเลยได้จ่ายค่าจ้างให้โจทก์ตามปกติดังนี้ การพักงานกรณีดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการลงโทษในความผิดที่โจทก์ได้กระทำไปแล้ว และการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ไม่เป็นการลงโทษซ้ำซ้อนในความผิดเดียวกัน.โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2523 จำเลยได้จ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้าง ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2533 จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ โดยอ้างว่าโจทก์ก่อเหตุ พูดจาก้าวร้าว แสดงกิริยาใช้คำพูดยั่วยุหมิ่นประมาทผู้บังคับบัญชา กับได้เจตนาทำลายทรัพย์สินของโรงแรม ซึ่งข้อกล่าวหาของจำเลยไม่เป็นความจริง และจำเลยได้ลงโทษพักงานโจทก์เป็นเวลา 7 วัน ขึ้นไปแล้ว จำเลยไม่จ่ายค่าชดเชยซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วันเป็นเงิน 17,550 บาทและการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายที่ต้องตกงาน คิดเป็นเงิน 300,000 บาท นอกจากนี้ในระหว่างที่โจทก์ทำงานกับจำเลยจำเลยได้หักค่าจ้างของโจทก์ไว้เป็นเงินสะสมเดือนละ 146 บาท รวมเป็นเงิน 14,424 บาท แต่จำเลยไม่คืนให้เมื่อโจทก์ออกจากงาน ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยคืนเงินสะสม จ่ายค่าชดเชย แล