การเลิกจ้างเนื่องจากลูกจ้างขาดงานโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควรหรือไม่ และนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าห
การที่ลูกจ้างขาดงานโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน การเลิกจ้างด้วยเหตุดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควร ไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม แต่นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 47(3) ซึ่งในกรณีนี้ไม่เข้าข้อยกเว้นเพราะหนังสือ
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์เป็นเงิน 14,040 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 29 เมษายน 2532 จนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
โจทก์เป็นลูกจ้างประจำทำงานติดต่อกันเกินสามปี ได้รับค่าจ้างวันละ 78 บาท โจทก์ยื่นใบลาแล้วไม่มาทำงานในวันที่ 26 และ 27 เมษายน 2532 โดยยังไม่ได้รับอนุญาตให้ลา ถือว่าขาดงานโดยไม่ได้รับอนุญาต โจทก์เคยถูกลงโทษพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างเกี่ยวกับการขาดงานมาก่อน จำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2532
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2295/2533นาย สถิต ย์ จิตร สะอาดโจทก์บริษัท อินเตอร์เฟิร์น จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 224 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46ค่าชดเชยเป็นหนี้ที่กฎหมายกำหนดให้นายจ้างจะต้องชำระให้แก่ลูกจ้างในวันเลิกจ้าง ดังนั้นการที่จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างไม่ชำระค่าชดเชยให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างในวันเลิกจ้าง จำเลยจึงตกเป็นลูกหนี้ผู้ผิดนัด โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้ในระหว่างผิดนัดในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 224.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย ได้รับค่าจ้างวันละ78 บาท จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายรวมเป็นเงิน 29,250 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์จำเลยให้การย่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรหลายครั้ง เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ทั้งที่จำเลยได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้วตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) เป็นการจงใจขัดคำสั่งของจำเลยอันชอบด้วยกฎหมาย เป็นการเลิกจ้างที่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดจ่ายสินจ้างแทนการบอกกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์คือ1. จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่2. จำเลยจะต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่ในปัญหาแรกนั้น ศาลแรงง