ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2298/2533

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย กรณีลูกจ้างกระทำผิดซ้ำคำเตือนเป็นหนังสือ

หลักกฎหมาย

ข้อความในหนังสือแจ้งการลงโทษที่ว่า "หากกระทำผิดซ้ำอีก บริษัทจะพิจารณาลงโทษในสถานหนัก" มีผลเป็นคำตักเตือนอยู่ด้วยในตัว เมื่อลูกจ้างกระทำผิดซ้ำอีกในระยะเวลาไม่ห่างมาก ถือว่าฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาด

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับคำขอเรื่องค่าชดเชยด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ลูกจ้างขาดงานโดยไม่บอกกล่าว นายจ้างตักเตือนเป็นหนังสือครั้งแรก ต่อมาลูกจ้างขาดงานอีก นายจ้างลงโทษพักงาน 7 วัน และแจ้งว่า "หากกระทำผิดซ้ำอีก บริษัทจะพิจารณาลงโทษในสถานหนัก" ซึ่งมีผลเป็นคำตักเตือน หลังจากนั้นลูกจ้างขาดงานอีกครั้งในระยะเวลาไม่ห่างมาก นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2298/2533นาง รัตนาภรณ์ โต๊ะ เงินโจทก์บริษัท นครหลวง ถุง เท้า ไนล่อน จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)หนังสือแจ้งการลงโทษมีข้อความว่า "ในวันที่ 16 มกราคม 2532โจทก์ได้ กระทำความผิดคือได้ขาดงานโดยพลการ มิได้บอกกล่าวแต่ อย่างใด และทางบริษัทได้เคยตักเตือนไว้ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2531 บริษัทได้พิจารณาแล้วเห็นสมควรให้ลงโทษโจทก์ด้วยการพักงานเป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่ วันที่ 17-23 มกราคม 2532เพื่อมิให้เป็นแบบอย่างแก่ลูกจ้างอื่นต่อไป หากกระทำผิดซ้ำอีกบริษัทจะพิจารณาลงโทษในสถานหนัก" ข้อความที่ว่า "หากกระทำผิดซ้ำ อีกบริษัทจะพิจารณาลงโทษในสถานหนัก" นั้น มีผลเป็นคำตักเตือนอยู่ด้วยในตัว ครั้งแรกโจทก์ขาดงานเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2531 จำเลยได้ออกหนังสือตักเตือน โจทก์ ต่อมาวันที่ 16 มกราคม 2532 โจทก์ขาดงานอีกจำเลยมีหนังสือแจ้งการลงโทษถึงโจทก์ให้ลงโทษโจทก์ด้วย การพักงานเป็นเวลา 7 วัน และระบุด้วยว่าหากกระทำผิดซ้ำอีก บริษัทจะพิจารณาลงโทษในสถานหนัก ซึ่งมีผลเป็นคำตักเตือนอยู่ด้วย ดังนั้น เมื่อโจทก์ขาดงานอีกในวันที่ 3 พฤษภาคม 2532 ซึ่ง ระยะเวลามิได้ล่วงพ้นจากการขาดงานครั้งที่สองมากนัก กรณีถือว่าโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานและนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3).โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยได้กลั่นแกล้งเลิกจ้างโจทก์โดยฝ่าฝืนประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน และระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหาย