ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2341/2533

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2341/2533นางสาว สมเจตน์ จิวะพงศ์โจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 42 (9), ม. 78 บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 11 โจทก์ซื้อ ที่ดินและตึกแถวพิพาทมาทำเป็นสำนักงานตรวจสอบบัญชีโดย ชำระราคาบางส่วนและกู้เงินจากธนาคารบางส่วน โดย นำที่ดินและตึกแถวพิพาทจำนองไว้แก่ธนาคารแล้วผ่อนชำระต้นเงินและดอกเบี้ยแก่ธนาคาร โจทก์มิได้ประกอบการค้าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การที่โจทก์ได้ มาซึ่ง ที่ดินและตึกแถวพิพาทแล้วขายไป จึงมิใช่การขายทรัพย์สินซึ่งได้ มาโดย มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร และไม่ได้ขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร โจทก์จึงไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีการค้า.โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินภาษีของจำเลยที่ 1 ทำการตรวจสอบการชำระภาษีอากรของโจทก์ในปี พ.ศ. 2524 แล้วประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและเงินเพิ่มรวม 537,915 บาท กับภาษีการค้าและเงินเพิ่มรวม 251,020 บาท อ้างว่าในปี พ.ศ. 2524โจทก์ขายที่ดินรวม 2 โฉนด พร้อมด้วยตึกแถวสามชั้น 3 คูหา ในราคา2,000,000 เป็นการมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้โจทก์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและเงินเพิ่มรวม 250,886 บาทกับภาษีการค้า เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มรวม 143,220 บาท โจทก์ซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 เพื่อใช้อยู่อาศัย และใช้เป็นสำนักงาน ในราคา 1,380,000 บาท และชำระราคาบางส่วน โดยการจำนองและผ่อนชำระต่อธนาคารนครหลวงไทย จำกัดแต่จดทะเบียนซื้อขายไว้เพียง 1,000,000 บาท โจทก์ได้ต่อเติมตึกแถวเป็น 4 ชั้น สิ้นค่าใช้จ่ายอีก 150,000 บาท ต่อมาโจทก์มีภาระในการชำระเงินจำนอง และมีรายได