ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2341/2533

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2341/2533นางสาวสมเจตน์ จิวะพงศ์โจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 42 (9) บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 11 โจทก์ซื้อที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาทเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2522เพื่อใช้ทำเป็นสำนักงานตรวจสอบบัญชี โจทก์ได้ชำระราคาบางส่วนและกู้เงินจากธนาคารบางส่วน โดยเอาที่ดินและตึกแถวพิพาทจำนองไว้กับธนาคารเป็นจำนวนเงิน 952,000 บาท แล้วผ่อนชำระต้นเงินและดอกเบี้ยแก่ธนาคารเดือนละ 13,659 บาท จึงเชื่อได้ว่าโจทก์ซื้อที่ดินและตึกพิพาทโดยประสงค์จะตั้งเป็นสำนักงานตรวจบัญชีเท่านั้น ต่อมาโจทก์ขายที่ดินและตึกพิพาทดังกล่าวไปเมื่อวันที่10 เมษายน 2524 แม้ก่อนหน้านี้โจทก์เคยขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแปลงอื่น ๆ เจ้าพนักงานได้เรียกโจทก์ไปทำการตรวจสอบผลการตรวจสอบปรากฏว่าการขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ในครั้งก่อน ๆ มิได้ขายเพื่อการค้า หรือหากำไรแต่อย่างใด ดังนี้การที่โจทก์ซื้อที่ดินและตึกพิพาทมาแล้วขายไป มิใช่เป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร หรือขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางการค้าหรือหากำไร โจทก์จึงไม่ต้องเสียภาษีการค้า.โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีการค้าสำหรับปี พ.ศ. 2524 โดยอ้างว่าโจทก์ขายที่ดินโฉนดเลขที่ 33087, 33088 พร้อมด้วยตึกแถวสามชั้น 2 คูหา เลขที่ 189/8-9 ซอยจินดาถวิล ถนนสี่พระยา เขตบางรักกรุงเทพมหานคร ในราคา 2 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2524 เป็นการมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร เป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและเงินเพิ่มจำนวน 537,915 บาท และภาษีการค้า เงินเพิ่มและเบี้ยปรับจำนวน 251,020 บาท โจทก์ไม่เห็นพ้องด้วยกับการประเมินดังกล่าวจึงได้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณา