ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2615/2533บริษัท หนังสือพิมพ์ แนว หน้า จำกัด กับพวกผู้ร้องเจ้าพนักงาน การพิมพ์ สำหรับ กรุงเทพมหานครผู้คัดค้าน คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 42 ข้อ 2(6), ข้อ 4, ข้อ 7การพาดหัวหนังสือพิมพ์ว่า "จับทูตซาอุฯ บงการฆ่า 3 เพื่อนร่วมชาติ" นั้น ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดในทันทีนั้นว่ามีการจับทูต ซึ่งหมายถึงเอกอัครราชทูต หรืออัครราชทูต หรืออุปทูต หรือบุคคลในระดับเดียวกัน ฐานเป็นผู้บงการฆ่าเพื่อนร่วมชาติ 3 คน ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะความจริงในขณะนั้นยังไม่มีการจับเจ้าหน้าที่ระดับทูต หรือระดับใดของสถานทูตซาอุดิอาระเบีย ฉะนั้นการพาดหัวหนังสือพิมพ์ดังกล่าวจึงเป็นเท็จ เป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามข้อ 2(6) และ ข้อ 4 แห่งคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 42 ซึ่งเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานการพิมพ์สำหรับกรุงเทพมหานครผู้คัดค้านมีอำนาจที่จะดำเนินการแก่ผู้ร้องตามข้อ 7และปรากฏว่าหนังสือพิมพ์ของผู้ร้องได้ถูกเตือน มาแล้ว 2 ครั้งแต่ยังฝ่าฝืนข้อ 4 ซ้ำอีก ดังนั้น เจ้าพนักงานการพิมพ์ผู้คัดค้านจึงชอบที่จะใช้ดุลพินิจ สั่งถอนใบอนุญาตบรรณาธิการและเจ้าของหนังสือพิมพ์ของผู้ร้องตามข้อ 7 วรรคสองได้.ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องที่ 1 เป็นบริษัทจำกัด ซึ่งได้รับอนุญาตให้เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ "แนวหน้า" รายวัน ผู้ร้องที่ 2เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์และผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2533 หนังสือพิมพ์"แนวหน้า" รายวัน ได้พาดหัวว่า "จับทูตซาอุฯ บงการฆ่า 3 เพื่อนร่วมชาติ" คำว่า "ทูตซาอุฯ" มีความหมายเต็มเป็นที่เข้าใจของคนทั่วไปว่า นักการทูตในสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบีย ในวันที่มีการออกข่าวเช่นนั้น เจ้