ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3201/2533

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3201/2533นาย ลพ พกเกษม กับพวกโจทก์องค์การผลิตอาหารสำเร็จรูปจำเลย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 5, ม. 52 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 29, ข้อ 46นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างซึ่ง เป็นกรรมการลูกจ้างได้ต่อ เมื่อได้ รับอนุญาตจากศาลแรงงานก่อน และเมื่อได้ รับอนุญาตแล้วนายจ้างจะต้อง มีคำสั่งเลิกจ้างอีกครั้งหนึ่ง คดีนี้หลังจาก ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ จำเลยไม่ได้มีคำสั่งเลิกจ้างแต่ โจทก์ได้ กล่าวมาในฟ้องว่าเมื่อ ศาลฎีกา พิพากษายืนตาม คำสั่ง ศาลแรงงานกลาง ที่อนุญาตให้เลิกจ้างโจทก์แล้วโจทก์ยังคงมีนิติสัมพันธ์อยู่กับจำเลยอย่างเดิม จนถึง วันที่ ศาลฎีกา มีคำพิพากษาเท่ากับโจทก์ยอมรับว่าจำเลยได้ เลิกจ้างโจทก์ในวันที่ ศาลฎีกา มีคำพิพากษา ต้องถือ ว่าการเลิกจ้างมีผลนับแต่วันที่ ศาลฎีกา มีคำพิพากษายืนตาม คำสั่ง ศาลแรงงานกลาง โจทก์ซึ่ง เป็นลูกจ้างประจำรายเดือน จึงมีสิทธิได้ รับค่าจ้างในอัตราเดิม นับแต่วันที่จำเลยหยุดดำเนิน กิจการตาม มติคณะรัฐมนตรีที่ให้แปรรูปองค์การจำเลยจนถึง วันที่มีคำพิพากษาศาลฎีกา อันเป็นช่ วงเวลาที่โจทก์ไม่ได้ทำงานโดย ไม่ใช่ความผิดของโจทก์และจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยกับเงินบำเหน็จโดย จะต้อง นำค่าครองชีพซึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างมารวมเป็นฐาน คำนวณให้แก่โจทก์ด้วย.โจทก์ทั้งห้าสำนวนฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย เงินบำเหน็จค่าจ้างตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2531 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยหยุดกิจการจนถึงวันที่ศาลฎีกาพิพากษาให้เลิกจ้างโจทก์พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งห้าพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากจำเลยหยุดกิจการ และนับแต่หยุดกิจการเป็นต้นมา โจทก์ไม่ได้ทำงาน จึงไม่มีสิทธิไ