ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3878/2533นาย พีระวัฒน์ ผดุง ธรรมโจทก์นาย ประวิทย์ ปกิ ณ กะ กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 157 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน การสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2497 และกฎ ก.พ. ฉบับที่ 60(พ.ศ. 2497) อันเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่จำเลยที่ 1ทำการสอบสวนโจทก์ผู้ถูกกล่าวหา มิได้กำหนดให้คณะกรรมการต้องสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาทราบ เพียงแต่แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบก็เป็นการเพียงพอแล้วส่วนการที่จะสอบพยานเพียงใดก็เป็นดุลพินิจของคณะกรรมการที่จะงดสอบสวนพยานเมื่อจะทำให้การสอบสวนล่าช้าโดยไม่จำเป็นหรือมิใช่ประเด็นสำคัญ การดำเนินการสอบสวนของจำเลยที่ 1ที่มิได้สรุปพยานหลักฐานแจ้งให้โจทก์ทราบและมิได้สอบพยานเพิ่มเติม จึงเป็นการกระทำโดยชอบ และจำเลยที่ 2 ก็ได้พิจารณาออกคำสั่งไปตามสำนวนการสอบสวนดังกล่าว จำเลยทั้งสองย่อมไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยทั้งสองให้การปฎิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์รับราชการในตำแหน่งเสมียนมหาดไทย ตั้งแต่ปี 2489 และครั้งสุดท้ายในปี 2518 ดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอ (เจ้าหน้าที่ปกครอง 4)อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2518ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิได้แต่งตั้งจำเลยที่ 1 กับพวกเป็นคณะกรรมการสอบสวนวินัยโจทก์ กรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอโท อำเภอคอนสวรรค์จังหวัดชัยภูมิ ได้ใช