ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4925/2533

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4925/2533บริษัทโรงแรมราชดำริ จำกัดโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.รัษฎากร ม. 3 เตรส, ม. 40 (2), ม. 70, ม. 78 สัตตรส บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 4 โจทก์จ่ายเงินค่าใช้จ่ายเบิกชดเชยและค่าการตลาดกับค่าส่งเสริมการตลาดตามสัญญาจ้างเป็นที่ปรึกษาและบริการทางเทคนิคให้กับบริษัท พ. ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศ เงินได้ดังกล่าวถือเป็นเงินได้จากการรับทำงานให้ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 40(2)หาใช่เป็นค่าใช้จ่ายของโจทก์เองไม่ บริษัท พ. ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาในประเทศไทยเพื่อให้คำปรึกษาแก่โจทก์ ยังถือไม่ได้ว่าบริษัท พ. ประกอบกิจการในประเทศไทย เมื่อโจทก์จ่ายเงินค่าใช้จ่ายเบิกชดเชยและค่าการตลาดกับค่าส่งเสริมการตลาดให้กับบริษัท พ. โจทก์มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้วนำส่งกรมสรรพากร ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 70 โจทก์จ่ายค่าตอบแทนให้บริษัท ฮ. ตามสัญญาจ้างให้บริหารกิจการโรงแรมของโจทก์ แม้โจทก์จะเรียกว่าค่าธรรมเนียม ค่าการตลาดหรือเงินจ่ายคืนให้บริษัท ฮ.สำหรับค่าใช้จ่ายที่บริษัทฮ.ทดรองจ่ายแทนโจทก์ไปก่อนก็มีความหมายอย่างเดียวกับค่าจ้างทำของโจทก์มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้และการค้า ณ ที่จ่ายแล้วนำส่งกรมสรรพากร ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 3 เตรส,78 สัตตรส.โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2530 เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยเรียกให้โจทก์เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากรมาตรา 70 สำหรับปี พ.ศ. 2526 จำนวน 114,970.77 บาท และเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 27 จำนวน 89,677.20 บาท รวม 204,647 บาทและปีภาษี พ.ศ. 2528 ให้นำเงินภาษีจำนวน 890,964.13 บาท (ที่ถูก890,864.13 บาท) ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 3 เตรส และเงินเพิ่มตามมาตรา 27 จำนวน 347,069.37 บาท รวม 1,237,933 บาท