ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6022/2533

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6022/2533นาย ศุภชัย โอ่ ทอง กับพวกโจทก์นาย วรุท ศรีไพโรจน์จำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)กรณีจะถือว่าการฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างเป็นกรณีร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) หรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาจากพฤติการณ์ของการฝ่าฝืนคำสั่งและผลที่เกิดขึ้นจากการฝ่าฝืนนั้นว่าเป็นเรื่องร้ายแรงหรือไม่เป็นหลัก มิใช่ว่าระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างกำหนดไว้อย่างไรก็ต้องถือตามนั้นเสมอไป การที่จำเลยมีคำสั่งให้ครูอาจารย์ที่ได้ยื่นใบสมัครงานไว้ยังหน่วยงานหรือองค์การอื่น ซึ่งถือว่ามีเจตนาเปลี่ยนงานให้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้โรงเรียนทราบโดยแจ้งต่อผู้อำนวยการนั้น เป็นคำสั่งที่มิใช่เกี่ยวกับการทำงานในหน้าที่โดยตรงอันจะถือได้ว่าถ้าฝ่าฝืนแล้วจะเกิดความเสียหายแก่งานในหน้าที่ของลูกจ้างจำเลยโดยตรง แต่เป็นคำสั่งที่จำเลยเห็นว่าลูกจ้างควรปฏิบัติในระหว่างที่เป็นลูกจ้างนายจ้างกันอยู่ การที่โจทก์ฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าวจึงไม่ถือเป็นกรณีร้ายแรงตามที่ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) กำหนดไว้.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างของจำเลยตำแหน่งครูจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสองรวม 45,000 บาท และ 42,600 บาทตามลำดับจำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า โจทก์ทั้งสองเป็นครูในโรงเรียนจำเลย จำเลยมีคำสั่งที่ 8/2533 เรื่อง ให้แจ้งให้ทราบเมื่อไปสมัครงานที่อื่น โจทก์ทั้งสองฝ่าฝืนโดยไปสมัครสอบเข้ารับราชการครูโดยไม่แจ้งให้จำเลยทราบ ถือว่าเป็นความผิดอย่างร้ายแรง จึงเลิกจ้างโจทก์ทั้งสอง เป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมแล้ว โจทก์ทั้งสองไม่ม