ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4496/2542

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4496/2542ธนาคาร มหานคร จำกัดโจทก์เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องนาย วเรศ จิระมาวิน กับพวกผู้คัดค้านบริษัท เสริมศิริกสิกรรม (1977) จำกัด กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 104 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 114, ม. 116พฤติการณ์รับฟังไม่ได้ว่า การโอนขายที่ดินพิพาทเกิดจากการสมยอมระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านที่ 1 พยานหลักฐานของผู้คัดค้านทั้งสามน่าเชื่อว่าผู้คัดค้านที่ 1รับโอนที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 2 โดยสุจริตและมีค่าตอบแทน แม้จำเลยที่ 2 จะโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 ก่อนจะถูกโจทก์ฟ้องขอให้ล้มละลายประมาณ 2 เดือนก็ตามผู้ร้องหาอาจร้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 2กับผู้คัดค้านที่ 1 ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 114 ได้ไม่ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้คัดค้านที่ 1 รับโอนที่ดินพิพาทมาจากจำเลยที่ 2 โดยสุจริตและมีค่าตอบแทน ผู้คัดค้านที่ 1 ย่อมมีสิทธิโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 และที่ 3 ได้โดยชอบ แม้การโอนจะได้กระทำขึ้นภายหลังมีการขอให้จำเลยที่ 2 ล้มละลายผู้ร้องก็ไม่มีอำนาจเพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวได้คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2533 โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามขอให้ล้มละลาย และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสามไว้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2534 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 12900, 12901 ระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านที่ 1 ตามมาตรา 114 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ระหว่างผู้คัดค้านที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 และที่ 3 กลับคืนสู่ฐานะเดิมโดยให้ดำเนินการโอนที่ดินพิพาทคืนสู่กองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 หากไม่ปฏิบัติตาม