ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5466/2542

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5466/2542พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลกโจทก์นางวงเดือน กันสุทธิ กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 28, ม. 121 พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ม. 30, ม. 82, ม. 91 ตรีความผิดต่อพระราชบัญญัติ จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน แม้ไม่มีผู้เสียหายร้องทุกข์ เจ้าพนักงานตำรวจก็มีอำนาจดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองได้อยู่แล้ว ดังนั้น พนักงานอัยการโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 4, 30, 82, 91 ตรี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91 และให้นับโทษของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1และจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 472/2538 ของศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง, 82, 91 ตรีเป็นการกระทำอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 3 ปี ฐานหลอกลวงคนงาน จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกคนละ 6 ปี ทางนำสืบในชั้นพิจารณาของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 3 ปี การกระทำของจำเลยทั้งสองนอกจากจะผิดกฎหมายแล้วยังทำให้ชื่อเสียงของประเทศชาติเสื่อมเสียและทำให้คนต่างชาติดูถูกหญิงไทย จึงไม่สมควรรอการลงโทษเนื่องจากคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลยังมิได้พิพากษา คำขอส่วนนี้จึงให้ยกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธ