สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินไม่สามารถโอนได้เพราะยังไม่ครบกำหนดปิดประกาศตามกฎกระทรวง คู่สัญญาต่างไม่ผิดสัญญา และเลิกสัญญาโดยปริยาย จำเลยต้องคืนเงินมัดจำ
การไม่สามารถโอนที่ดินได้เพราะยังไม่ครบกำหนดปิดประกาศตามกฎกระทรวง เป็นพฤติการณ์ที่จำเลยไม่ต้องรับผิดชอบตาม ป.พ.พ. มาตรา 205 จำเลยจึงไม่ผิดนัดและไม่ผิดสัญญา เมื่อคู่สัญญาต่างไม่ได้ผิดสัญญาและเลิกสัญญาโดยปริยาย ต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 จำเลยต้องคืนเงินมัดจำ
พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 300,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ
โจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน วางมัดจำ 300,000 บาท กำหนดโอนวันที่ 25 ส.ค. 2538 แต่ไม่สามารถโอนได้เพราะยังไม่ครบกำหนดปิดประกาศตามกฎกระทรวง ต่อมาจำเลยมีหนังสือขอนัดโอนใหม่ แต่โจทก์ไม่ตอบตกลง และจำเลยขอริบมัดจำ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7618/2542นาง วรรณวิไล อมรเดชหรือกันเพ็ชรโจทก์นาย สมพงษ์ จิตรดีจำเลย ป.พ.พ. ม. 205, ม. 391 ป.วิ.พ. ม. 142 พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ประกาศกฎกระทรวง ฉบับที่ 35 (พ.ศ.2531) ข้อ 5โจทก์จำเลยตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทในราคา 3,500,000 บาทโดยโจทก์วางเงินมัดจำแก่จำเลย 300,000 บาท เมื่อถึงกำหนดจดทะเบียนโอนที่ดินโจทก์จำเลยต่างไปยังสำนักงานที่ดินแต่ไม่สามารถจดทะเบียนซื้อขายที่ดินพิพาทได้เนื่องจากยังไม่ครบกำหนดระยะเวลาตามประกาศขายที่ดินพิพาท และการประกาศดังกล่าวเป็นการประกาศตามกฎกระทรวงฉบับที่ 35(พ.ศ. 2531) ข้อ 5 ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปิดประกาศ ฉะนั้น การที่จำเลยไม่สามารถจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์จึงเป็นพฤติการณ์ที่จำเลยไม่ต้องรับผิดชอบตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 205 จำเลยจึงยังไม่ผิดนัดและไม่ผิดสัญญา และไม่ใช่ความรับผิดชอบของโจทก์ โจทก์จึงไม่ผิดนัดและไม่ผิดสัญญาเช่นกันจำเลยให้การว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเนื่องจากโจทก์ไม่ไปตามนัด หาใช่เนื่องจากโจทก์ไม่รับประกาศไปปิดตามที่ตกลงกันไว้ไม่ การที่จำเลยนำสืบว่าโจทก์ไม่รับประกาศไปปิดตามที่ตกลงไว้ทำให้จำเลยไม่สามารถโอนที่ดินพิพาทในวันนัดตามสัญญาจะซื้อจะขาย จึงเป็นการนำสืบนอกประเด็น การที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเพราะไม่รับประกาศไปปิดตามที่ตกลงไว้ ทำให้จำเลยไม่สามารถโอนที่ดินพิพาทในวันนัด จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นเป็นการไม่ชอบเมื่อโจทก์และจำเลยต่างก็ไม่ได้ผิดนัดผิดสัญญา และโจทก์ไม่ติดใจที่จะนัดจดทะเบียนโอนกันใหม่โดยให้ทนายความมีหนังสือ