ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2342 - 2343/2538นาย มานะ จำเนียนโจทก์นาย ชุม สร้อยโสภา กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 149, โจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นเรื่องตีความข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ต้องเรียกเก็บค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ตามที่บัญญัติไว้ในตาราง1(2)ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งคือ200บาทคดี นี้ สืบเนื่อง มาจาก โจทก์ ทั้ง สอง สำนวน ฟ้อง ให้ จำเลย ที่ 6ส่งมอบ น.ส. 3 เลขที่ 111, 125, 138, 139 และ 145 ซึ่ง เป็น ของจำเลย ที่ 1 ถึง ที่ 5 ให้ แก่ โจทก์ และ ให้ จำเลย ที่ 1 ถึง ที่ 5ไป จดทะเบียน เปลี่ยนแปลง ทะเบียน ที่ดิน ตาม น.ส. 3 ดังกล่าว ซึ่งจำเลย ที่ 1 ถึง ที่ 5 กับพวก อีก 2 คน ได้ ทำ สัญญาจะขาย ที่ดิน ทั้ง5 แปลง พร้อม ที่ดิน มือเปล่า อีก 3 แปลง รวม 8 แปลง ให้ แก่ โจทก์ต่อมา วันที่ 18 เมษายน 2534 โจทก์ กับ จำเลย ทั้ง หก ได้ ทำสัญญา ประนีประนอม ยอมความ กัน ศาลชั้นต้น พิพากษา ตามยอม คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์ ผิดนัด ไม่ปฏิบัติ ตาม สัญญา ประนีประนอม ยอมความ ข้อ 1จำเลย ที่ 6 จึง ปฏิบัติ ตาม สัญญา ประนีประนอม ยอมความ ข้อ 5 และ จะ เข้าครอบครอง ที่ดิน ทั้ง 8 แปลง ตาม ฟ้อง ทั้งหมด แต่ โจทก์ ไม่ยอม วันที่27 กุมภาพันธ์ 2535 จำเลย ที่ 6 ยื่น คำร้องขอ ให้ ศาลชั้นต้น ตีความข้อความ ใน สัญญา ประนีประนอม ยอมความ ว่า ที่ดินพิพาท ที่ ระบุ ในสัญญา ประนีประนอม ยอมความ รวม ถึง ที่ดิน มือเปล่า ทั้ง 3 แปลงด้วย หรือไม่ ศาลชั้นต้น ได้ มี คำสั่ง เมื่อ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2536วินิจฉัย ว่า รวม ถึง ที่ดิน มือเปล่า ทั้ง 3 แปลง ด้วยโจทก์ อุทธรณ์ คำสั่ง โดย เสีย ค่าขึ้นศาล ชั้นอุทธรณ์ อย่าง คดีไม่มี ทุนทรัพย์ และ