ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 208/2530นาย สม ชาย แก้ว มะเรืองโจทก์อธิบดี กรมแรงงานจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ข้อ 2, ข้อ 48, ข้อ 60วันเกิดเหตุโจทก์ต้องทำงานกะเช้า ซึ่งปกติต้องมาทำงานเวลา 5 น. แต่โจทก์ไปสาย พนักงานจ่ายงานของจำเลยจึงสั่งให้โจทก์มาทำงานในกะบ่ายและให้โจทก์ลงชื่อทำงานไว้ในใบลงชื่อทำงานประจำวันงานตอนบ่ายเริ่มเวลา 13.20 น. โจทก์ได้กลับไปบ้านพักของโจทก์ก่อนต่อมาเวลา 11 น. เศษ โจทก์ออกเดินทางเพื่อไปทำงานกะบ่ายโดยขับรถจักรยานยนต์ไป ระหว่างทางรถจักรยานยนต์ของโจทก์ชนกับรถจักรยานยนต์ของผู้อื่นและโจทก์ขาหัก ดังนี้เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ทำงานตามที่นายจ้างมอบหมาย จะถือว่าโจทก์ได้รับอันตรายแก่ร่างกายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างหาได้ไม่กรณีของโจทก์จึงมิใช่การประสบอันตรายตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทน.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลยและให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนให้โจทก์ จำเลยให้การว่าคำวินิจฉัยของจำเลยชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าทดแทน ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า 'ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ มีหน้าที่เป็นพนักงานเก็บค่าโดยสารรถประจำทาง วันเกิดเหตุโจทก์ไปทำงานในกะเช้าซึ่งปกติจะต้องมาทำงานเวลา 5 นาฬิกาแต่โจทก์ไปสายและรถประจำทางออกไปปฏิบัติงานหมดแล้ว นายนิตย์ พลายภู่ พนักงานจ่ายงานจึงสั่งให้โจทก์มาทำงานในกะบ่ายแทน และให้โจทก์ลงชื่อทำงานไว้ในใบลงชื่อทำงานประจำวัน ซึ่งงานในตอนบ่ายจะเริ่มเวลา 13.20 นาฬิกา