ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 208/2530นาย สม ชาย แก้ว มะเรืองโจทก์อธิบดี กรมแรงงานจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 48, ข้อ 60วันเกิดเหตุโจทก์ต้องทำงานกะ เช้า ซึ่งปกติต้องมาทำงานเวลา5 น. แต่โจทก์ไปสาย พนักงานจ่ายงานของจำเลยจึงสั่งให้โจทก์มาทำงานในกะ บ่าย และให้โจทก์ลงชื่อทำงานไว้ในใบลงชื่อทำงานประจำวันงานตอนบ่ายเริ่มเวลา 13.20 น. โจทก์ได้กลับไปบ้านพักของโจทก์ก่อนต่อมาเวลา 11 น.เศษ โจทก์ออกเดิน ทางเพื่อไปทำงานกะ บ่ายโดยขับรถจักรยานยนต์ไป ระหว่างทางรถจักรยานยนต์ของโจทก์ชนกับรถจักรยานยนต์ของผู้อื่นและโจทก์ขาหัก ดังนี้ เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ทำงานตามที่นายจ้างมอบหมาย จะถือว่าโจทก์ได้รับอันตรายแก่ร่างกายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างหาได้ไม่ กรณีของโจทก์จึงมิใช่การประสบอันตรายตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทน.โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลยและให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนให้โจทก์จำเลยให้การว่าคำวินิจฉัยของจำเลยชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ มีหน้าที่เป็นพนักงานเก็บค่าโดยสารรถประจำทาง วันเกิดเหตุโจทก์ไปทำงานในกะเช้าซึ่งปกติจะต้องมาทำงานเวลา 5 นาฬิกาแต่โจทก์ไปสาย และรถประจำทางออกไปปฏิบัติงานหมดแล้ว นายนิตย์ พลายภู่พนักงานจ่ายงานจึงสั่งให้โจทก์มาทำงานในกะบ่ายแทน และให้โจทก์ลงชื่อทำงานไว้ในใบลงชื่อทำงานประจำวัน ซึ่งงานในตอนบ่ายจะเริ่มเวลา 13.20 นาฬิกาโจทก์ได้กลับไปบ้านพักของโจทก์ก่อน ต่อมาเมื่อเวลา 11 น