ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 437/2530พนักงานอัยการ จังหวัด ฝางโจทก์นาย สงัด นันทขันธ์ กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 78 ป.วิ.อ. ม. 176 พ.ร.บ.ระงับการนับเวลาราชการทวีคูณในระหว่างเวลา ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ ลงวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501 ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ พ.ศ.2522 ม. 66คดีมีข้อหาจำหน่ายเฮโรอีนซึ่งกฎหมายกำหนดโทษตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต นั้น แม้จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลก็ยังต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176ดังนั้นเมื่อจำเลยให้การปฏิเสธจึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่ต้องหาพยานหลักฐานมาแสดงต่อศาลจนเป็นที่เชื่อ ว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงการที่ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์ประกอบคำรับสารภาพชั้นสอบสวนจนแน่ใจว่าจำเลยกระทำผิดจริงเช่นนี้ คำรับสารภาพของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาล เป็นเหตุบรรเทาโทษ.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และได้จำหน่ายเฮโรอีนดังกล่าวแก่ผู้มีชื่อ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 7, 15, 66 และ 102 ริบเฮโรอีนของกลางจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันจำหน่ายเฮโรอีน ลงโทษประหารชีวิต ริบเฮโรอีนของกลาง ข้อหาอื่นให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นลดโทษให้จำเลยทั้งสามคนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุกจำเลยทั้งสามไว้ตลอดชีวิตนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาว่า ชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ แต่ในชั้นพิจารณาของศาลจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ โจทก์จึงต้องแสดงหาพยานหลักฐานมาแสดงต่อศาลจนศาลพิสูจน์ทราบความผิด ดังนั้นคำรับสารภาพชั้นสอบสวนจึงไม่เป็นประโย