ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2414/2538นางสาว พรรณี ดวงขาว กับพวกโจทก์นาง อุไร โคระทัต กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1533 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม. 4, ม. 5 ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 ม. 4 กฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 68 ห. กับ จ.เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายตามกฎหมายลักษณะผัวเมียโดยต่างมีสินเดิมมาด้วยกันบุคคลทั้งสองได้ทรัพย์พิพาทมาในระหว่างสมรสจึงเป็นสินสมรสแม้ ห. ถึงแก่ความตายในปี2532เมื่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ5ใหม่ประกาศใช้แล้วก็ตามการแบ่งสินสมรสก็ต้องแบ่งตามกฎหมายลักษณะผัวเมียบทที่68คือชายได้2ส่วนหญิงได้1ส่วนจะแบ่งคนละส่วนเท่ากันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1533หาได้ไม่โจทก์ ทั้ง หก ฟ้อง ขอให้ บังคับ จำเลย ทั้ง สาม แบ่ง ทรัพย์มรดก ของนาย ห้อย ให้ โจทก์ ทั้ง หก คน ละ 439,390.81 บาท หาก จำเลย ทั้ง สาม ปิดบัง ทรัพย์มรดก ก็ ขอให้ กำจัด ไม่ให้ ได้รับ ทรัพย์มรดก และ ให้ ตกทอด แก่ทายาท อื่นจำเลย ทั้ง สาม ให้การ ขอให้ ยกฟ้องศาลชั้นต้น พิพากษา ให้ จำเลย ทั้ง สาม แบ่ง ทรัพย์ คือ ที่ดิน โฉนดเลขที่ 17925 และ 37239 ตำบล มีนบุรี (แสนแสบ) อำเภอมีนบุรี (แสนแสบ) กรุงเทพมหานคร ที่ดิน โฉนด เลขที่ 60760, 60761 และ 60772 ตำบล คลองกุ่ม อำเภอบางกะปิ นครหลวง กรุงเทพ ธนบุรี เฉพาะ ส่วน ของ นาย ห้อย คงนาน เจ้ามรดก ให้ โจทก์ ทั้ง หก คน ละ 1 ใน 49 ส่วน หาก แบ่ง ไม่ได้ ให้ นำ ทรัพย์ ดังกล่าว ออก ขายทอดตลาด เอา เงิน มา แบ่ง ให้โจทก์ ใน สัดส่วน ดังกล่าว คำขอ อื่น นอกจาก นี้ ให้ยกโจทก์ ทั้ง หก อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ เป็น ว่า ให้ จำเลย ทั้ง สาม แบ่ง ทรัพย์มรดก