ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1210/2530

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1210/2530นาง กิมฮุ้น หรือวิมลรัตน์ แซ่ตั๊ง หรือแซ่ ตั้งโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.รัษฎากร ม. 42 (9), ม. 77, บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 11 สามีโจทก์กับ ป. ร่วมกันซื้อที่ดินมาเพื่อจัดสรรขายให้แก่บุคคลทั่วไปอันเป็นการซื้อมาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ครั้นเมื่อสามีโจทก์ตายโจทก์จดทะเบียนรับโอนมรดกในที่ดิน และโจทก์ดำเนินการขายที่ดินนั้นต่อไปตามเจตนาเดิมของเจ้ามรดก ทั้งโจทก์ก็ได้จดทะเบียนการค้าประเภทการค้าอสังหาริมทรัพย์ไว้ด้วย ดังนี้การขายที่ดินของโจทก์เป็นการขายไปในทางการค้าหากำไร ต้องเสียภาษีการค้าตามบัญชีอัตราภาษีการค้าเมื่อการขายที่ดินของโจทก์ถือว่าเป็นการขายทรัพย์สินที่ได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร มิใช่เป็นการขายทรัพย์สินอันเป็นมรดกตามความหมายของมาตรา 42(9) แล้ว โจทก์จึงไม่ได้รับยกเว้นตามประมวลรัษฎากร มาตรา 42(9) ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ต้องนำเงินได้จากการขายที่ดินนั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยาของนายเข่ง นายเข่งกับนายปัญญามีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินและได้จัดสรรขายแก่คนทั่วไป โดยจดทะเบียนการค้า ต่อมานายเข่งตาย โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเข่ง ตกลงเลิกสัญญาหุ้นส่วนระหว่างนายเข่งกับนายปัญญาและแบ่งที่ดินที่ยังเหลืออยู่ โดยโจทก์ประสงค์จะนำที่ดินนั้นไปแบ่งแก่ทายาทต่อไป เป็นที่ดินซึ่งตกทอดมายังทายาทของนายเข่งรวม 53 แปลง ซึ่งโจทก์ได้ทำการโอนทะเบียนมาเป็นชื่อของโจทก์ต่อมาได้ทยอยขายไปจนหมด เป็นการขายทรัพย์สินอันเป็นมรดกได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ และไม่เป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ในทางการค้าหรือหากำไรไม่ต้องเสียภาษีการค้าอีกด้วย เนื่องจากโจทก์ไม่ทราบถึงสิท