ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1210/2530นาง กิมฮุ้น หรือ วิมลรัตน์ แซ่ตั๊ง หรือ แซ่ ตั้ง ฯโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.พ.พ. ม. 1599 ป.รัษฎากร ม. 42 (9), ม. 78 บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 11 ที่ดินที่โจทก์ขายไป เดิม สามีโจทก์กับ ป. ร่วมกันซื้อมาเพื่อจัดสรรให้แก่บุคคลทั่วไป เมื่อสามีโจทก์ตาย โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของสามีได้เลิกการเป็นหุ้นส่วนกับ ป. โดยตกลงแบ่งที่ดินเป็นของ ป. 66 แปลง เป็นของโจทก์ 53 แปลง เมื่อโจทก์จดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินทั้ง 53 แปลงมาแล้ว โจทก์ได้ดำเนินการขายที่ดินนั้นต่อไปตามเจตนาเดิม ของเจ้ามรดก โดยโจทก์ได้จดทะเบียนการค้าประเภทค้าอสังหาริมทรัพย์ไว้ด้วย ดังนี้ การค้าที่ดินของโจทก์เป็นการขายทรัพย์สินที่ได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไรมิใช่เป็นการขายทรัพย์สินอันเป็นมรดกตามความหมายของ ป. รัษฎากรมาตรา 42(9) ที่ใช้อยู่ในขณะนั้น จึงต้องนำเงินได้จากการขายที่ดินมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และการขายที่ดินของโจทก์ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นผู้ประกอบการค้าตามประเภทการค้า 11 ซึ่งต้องเสียภาษีการค้าอีกด้วย.โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยคืนเงินภาษีการค้าและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่โจทก์ชำระไปโดยไม่มีหน้าที่ต้องชำระ กับขอให้ศาลพิพากษาว่าการจดทะเบียนการค้าของโจทก์ไม่มีผลบังคับตามกฎหมายจำเลยให้การว่า โจทก์มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกคืน และคดีโจทก์ขาดอายุความขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเข่ง แซ่ตั๊ง เดิมนายเข่ง แซ่ตั๊งได้ร่วมกับนายปัญญา บูรพาชีพซื้อที่