การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า กรณีลูกจ้างเบิกอะไหล่ไปซ่อมรถโดยไม่มีระเบียบเป็นลายลักษณ์อักษรห้ามกระทำ ถือเป็นการฝ่าฝืน
เมื่อจำเลยไม่มีระเบียบเกี่ยวกับการทำงานเป็นลายลักษณ์อักษร จำเลยจะเอาธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาเป็นเวลานานมาอ้างว่าเป็นระเบียบเกี่ยวกับการทำงานโดยถือว่าการกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนระเบียบอย่างร้ายแรง และเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าไม่ได้
พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์
โจทก์เป็นลูกจ้างตำแหน่งช่างเครื่อง เบิกอะไหล่ของจำเลยไปหลายชิ้นเพื่อซ่อมรถยนต์โดยสารของจำเลย บางชิ้นนำไปเปลี่ยนใส่ในรถแล้ว บางชิ้นเก็บไว้ในตู้เก็บอะไหล่ที่ทำงาน จำเลยไม่มีระเบียบเป็นลายลักษณ์อักษรห้ามกระทำดังกล่าว จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าฝ่าฝืนระเบียบอย่างร้ายแรงและไม่จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนกา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2162/2530นาย เลิศ เจริญ สุขโจทก์บริษัท ขนส่ง จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 4 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ข้อ 47โจทก์เบิกอะไหล่ของจำเลยผู้เป็นนายจ้างไปหลายชิ้นเพื่อซ่อมรถยนต์โดยสารของจำเลย บางชิ้นได้นำไปเปลี่ยนใส่ในรถยนต์โดยสารของจำเลยแล้ว บางชิ้นก็คงเก็บไว้ในตู้เก็บอะไหล่ที่ที่ทำงานของโจทก์ เมื่อจำเลยไม่มีระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นลายลักษณ์อักษรห้ามกระทำ ดังนั้นจำเลยจะเอาธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาเป็นเวลานานแล้วมาอ้างว่าเป็นระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยโดยถือว่าการกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง และเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์หาได้ไม่.โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยตำแหน่งช่างเครื่องจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยกล่าวหาว่าโจทก์เบิกอะไหล่ไปซ่อมรถของจำเลย 3 คันแล้วไม่นำอะไหล่ไปเปลี่ยนให้แก่รถของจำเลยดังกล่าวซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเพราะโจทก์เพียงแต่สับเปลี่ยนอะไหล่รถผิดคันเท่านั้น มิได้ทุจริตและจำเลยไม่มีระเบียบเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ทั้งอะไหล่ที่เบิกไปก็ยังอยู่ครบ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินกองทุนบำเหน็จ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชยให้โจทก์ จำเลยให้การว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์เบิกอะไหล่ไปหลายรายการไปเพื่อซ่อมและเปลี่ยนให้รถของจำเลย 3คันแต่โจทก์กลับให้นายอนันต์ ฤทธิพันธ์ผู้ใต้บังคับบัญชาของโจทก์นำอะไหล่ที่ขอเบิกมา ไปเก็บครอบครองไว้โดยมีเจตนาร่วมกันทุจริต จำเลยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนโจทก์แล้ว เห็นว่าโจทก์กระทำผิดจริงและเป็นการปฏิบัติผ