การขายที่ดินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ซื้อจากการขายทอดตลาดแล้วขายต่อภายในระยะเวลาสั้นในราคาสูงกว่า เป็นการประกอบการค้าอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือ
การซื้อที่ดินเพื่อขายต่อ หากมีพฤติการณ์ที่แสดงถึงเจตนาค้าหากำไร เช่น ซื้อในราคาต่ำแล้วขายต่อในระยะเวลาสั้นในราคาสูง แม้จะอ้างเหตุจำเป็นหรือขายให้บริษัทในเครือ ก็ถือเป็นการประกอบการค้าอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ต้องเสียภาษีการค้าตามประเภทการค้า 11 แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร
การขายที่ดินของโจทก์เป็นการประกอบการค้าอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร เข้าลักษณะเป็นรายรับตามประเภทการค้า 11 แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร โจทก์ต้องนำรายรับมาเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 3.5 ของรายรับ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
โจทก์เป็นบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มีวัตถุประสงค์จัดหาที่ดินมาจำหน่ายแก่ประชาชนโดยตรง โจทก์ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดในราคา 3,500,000 บาท และขายต่อให้บริษัทในเครือภายใน 8 วัน ในราคา 7,000,000 บาท
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2224/2530บริษัทเงินทุนสหสิน จำกัดโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.รัษฎากร ม. 77, ม. 78 บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 11 บริษัทโจทก์ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจประเภทบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ และยังมีวัตถุประสงค์จัดหาที่ดินมาจำหน่ายแก่ประชาชนโดยตรงตามคำฟ้องของโจทก์ระบุว่า มีกฎหมายบัญญัติบังคับห้ามมิให้โจทก์ซื้อหรือมีที่ดินหากซื้อที่ดินมากฎหมายบังคับให้โจทก์ต้องขายไปในเวลาอันสมควร ดังนั้น เมื่อโจทก์ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดในราคา3,500,000 บาท แล้วหลังจากนั้นเพียง 8 วัน โจทก์ขายไปในราคาถึง 7,000,000 บาท แสดงว่าการซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดของโจทก์ โจทก์ทราบดีว่าเป็นการซื้อเพื่อขายต่อ และการซื้อเพื่อขายต่อหากไม่ใช่เพื่อทางค้าหรือหากำไร โจทก์ก็คงจะไม่ลงทุนซื้อด้วยเงินจำนวนมากเช่นนี้ แม้โจทก์จะอ้างว่าจำเป็นต้องเข้าสู้ราคาซื้อที่ดินที่โจทก์รับจำนองไว้จากลูกค้าเพื่อให้ราคาที่ดินที่ขายทอดตลาดได้ราคาสูงคุ้มต้นเงินและดอกเบี้ยและโจทก์ขายให้กับบริษัทในเครือของโจทก์ก็ตาม โจทก์ย่อมไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการขายของโจทก์เป็นทางค้าหรือหากำไรเข้าลักษณะเป็นรายรับตามประเภทการค้า 11การค้าอสังหาริมทรัพย์แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรโจทก์จึงต้องนำรายรับมาเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 3.5ของรายรับ.โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้า เบี้ยปรับเงินเพิ่มและภาษีบำรุงเทศบาลรวมเป็นเงิน 421,383 บาท 34 สตางค์ อ้างว่าโจทก์แสดงรายรับจากการขายที่ดินไว้ไม่ถูกต้องโจทก์อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีมติให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ ซึ่งเป็นการไม่ชอบเพราะโจทก์มิได้ประกอบการค้าอสังหาริม