ปัญหาข้อกฎหมายว่าคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่ และสมควรลดโทษให้จำเลยในความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอีกหรือไม่
การที่ศาลอุทธรณ์แก้เฉพาะการกำหนดโทษโดยมิได้แก้บทความผิด เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218
พิพากษายืน
เจ้าพนักงานตำรวจจับเฮโรอีนของกลางได้จากจำเลย จำนวน 62 หลอด มีปริมาณ 58.625 กรัม พฤติการณ์เห็นได้ว่าทำไว้เพื่อความสะดวกแก่การจำหน่าย จำเลยให้การรับสารภาพ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2636/2530พนักงานอัยการ จังหวัด กาญจนบุรีโจทก์นาย พร งามสอาดจำเลย ป.อ. ม. 78 ป.วิ.อ. ม. 218 พ.ร.บ.ระงับการนับเวลาราชการทวีคูณในระหว่างเวลา ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ ลงวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501 ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ พ.ศ.2522 ม. 66ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลย 10 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เป็นจำคุก 5 ปี ดังนี้ เพียงแก้ เฉพาะ การกำหนดโทษ มิได้แก้บทความผิด เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 เจ้าพนักงานตำรวจจับเฮโรอีนของกลางได้จากจำเลย จำนวน 62หลอด มีปริมาณ 58.625 กรัม นับว่ามีจำนวนมาก และพฤติการณ์เห็นได้ว่าทำไว้เพื่อความสะดวกแก่การจำหน่าย ศาลชั้นต้นวางโทษจำคุกมีกำหนด20 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 10 ปี และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนดังนี้ เหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 66, 67, 102 พระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. 2472มาตรา 53, 69 พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2512 มาตรา 5ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 และพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. 2472มาตรา 53 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 7)พ.ศ. 2512 มาตรา 5 เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 20 ปี รวมจำคุก40 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 20 ปี ของกลางริบจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า