ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2872/2530

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงของโจทก์เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น และการสั่งให้จำเลยจ่ายเงินสินบนนำจับเมื่อศาลมิได้ลงโทษปรับ

หลักกฎหมาย

มาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงฯ ที่ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแขวงในปัญหาข้อเท็จจริง เป็นบทบังคับในชั้นอุทธรณ์ มิใช่ในชั้นฎีกา เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์จึงมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ และการสั่งให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับจะกระทำได้ต่อเมื่อศาลได้ลงโทษปรับจำเลยด้วย

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เว้นแต่สินบนนำจับจำเลยไม่ต้องจ่าย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเล่นการพนันตู้ม้าไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 4 เดือน ริบของกลาง และให้จ่ายสินบนนำจับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2872/2530พนักงานอัยการ ประจำ ศาลแขวง นครราชสีมาโจทก์นาย ดำรง ค์ วีระประภา กู ลจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม. 22 ป.วิ.อ. ม. 193, ม. 225 พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาตรา 22 ที่ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแขวงในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น เป็นบทบังคับในชั้นอุทธรณ์ มิใช่บทบัญญัติที่จะนำมาใช้ในชั้นฎีกา เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานเล่นการพนัน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์จึงมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยโดยมิได้ลงโทษปรับ ศาลจะสั่งให้จำเลยจ่ายเงินสินบนนำจับตามกฎหมายด้วยไม่ได้.โจทก์ฟ้องความว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนีร่วมกันเล่นการพนันตู้ม้าไฟฟ้า พนันเอาทรัพย์สินกันโดยมิได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดอนุญาตให้เล่นได้โดยจำเลยเป็นเจ้าบ้านจัดให้มีการเล่นการพนันดังกล่าวเพื่อผลประโยชน์แห่งตนและเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ ขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 ฯลฯ ริบของกลางและให้จำเลยจ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้แจ้งความนำจับตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. การพนันจำคุก 4 เดือน ของกลางริบ ให้จำเลยจ่ายเงินสินบนนำจับตามกฎหมาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า 'ที่จำเลยแก้ฎีกาว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามพ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา22 และ ป.วิ.อาญา มาตรา 193 ทวิ ประกอบมาตรา 225 นั้นเห็นว่าบทกฎหมายดังที่จำเลยอ้างเป็นบทบังคับกรณี