การเปิดเผยความลับของลูกค้าธนาคารเป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่ และนายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยหรือไม่ รวมถึงอายุความในการลงโทษทางวินัย
การกระทำผิดวินัยร้ายแรงของลูกจ้างธนาคารที่เปิดเผยความลับของลูกค้า ทำให้นายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) และไม่มีอายุความในการลงโทษทางวินัย
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย 309 บาทแก่โจทก์ และยกคำขออื่น
โจทก์เป็นลูกจ้างธนาคารพาณิชย์ เปิดเผยบัญชีเงินฝากหรือฐานะการเงินของลูกค้าต่อบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับการทำงานที่ห้ามเปิดเผยความลับของธนาคาร และถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง แม้การกระทำผิดจะเกิดขึ้นเกินกว่าหนึ่งปีก่อนการลงโทษ นายจ้างก็มีอำนาจลงโทษได้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2874/2530นาง กา ญจนา เกตุภู่พงษ์โจทก์ธนาคาร สห ธนาคาร จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 163 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47จำเลยเป็นธนาคารพาณิชย์ ดำเนินธุรกิจการค้าด้าน การเงินดังนั้น บัญชีเงินฝากหรือฐานะการเงินของลูกค้าต้องถือว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่พึงเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกและต้องถือว่าเป็นความลับ การที่โจทก์เปิดเผยบัญชีเงินฝากของลูกค้าหรือฐานะการเงินของลูกค้า ย่อมทำให้ลูกค้าของจำเลยสิ้นความไว้วางใจจำเลย มีผลกระทบกระเทือนต่อการดำเนินธุรกิจการค้าของจำเลย เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามข้อบังคับการทำงานของจำเลย ดังนั้น จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) โจทก์กระทำผิดวินัย แม้จะเกินกว่าหนึ่งปี จำเลยก็มีอำนาจพิจารณาลงโทษโจทก์ได้.โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่าจำเลยปลดโจทก์ออกจากงาน เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นเงิน753,900 บาท และจำเลยจะต้องจ่ายเงินประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ให้โจทก์ คือค่าชดเชยเป็นเงิน 21,640 บาทสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 3,590 บาท ค่าจ้างการทำงานตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 3 เมษายน 2529 จำนวน 3 วัน เป็นเงิน309 บาท เงินโบนัสหรือเงินรางวัลซึ่งจำเลยต้องจ่ายเมื่อสิ้นงวดครึ่งปีจำนวน 2 เท่าของเงินเดือนเป็นเงิน 6,180 บาท และเงินสะสมซึ่งจำเลยต้องจ่ายเพิ่มเติมเมื่อทำงานจนครบเกษียณอายุในอัตราร้อยละห้าของค่าจ้างเป็นเงิน 37,695 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 823,214 บาทขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 823,214 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ และให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในหน้าที่และตำแหน่งเดิมจำเลยให้การ