ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2899/2530

ประเด็นกฎหมาย

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องความผิดฐานช่วยผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 เมื่อความผิดดังกล่าวต้องนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บั

หลักกฎหมาย

ความผิดที่มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ต้องนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับ แม้จะเป็นความผิดที่เกี่ยวพันกับความผิดอื่นที่มีโทษสูงกว่าและได้ยื่นฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจชำระความผิดที่มีโทษสูงกว่า ก็ไม่ทำให้หลักเกณฑ์ดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป หากความผิดแต่ละฐ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ที่ให้ไม่ประทับฟ้องในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยในสองข้อหาคือ (1) มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ (2) ช่วยผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 โดยอ้างว่าเป็นความผิดเกี่ยวพันกัน แต่ศาลชั้นต้นไม่ประทับฟ้องข้อหาที่สองเพราะเป็นความผิดที่ต้องนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับ และ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.วิ.อ. ม. 24
  • มาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2899/2530พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด สี คิ้วโจทก์นาย ยวน ยอดนิ ลจำเลย ป.วิ.อ. ม. 24 พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตรวมกันมากับความผิดฐานช่วย ผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษต่อศาลจังหวัดซึ่งมีอำนาจชำระในฐานความผิดต่อ พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ โดยอ้างว่าเป็นความผิดเกี่ยวพันกัน แต่ความผิดทั้งสองฐานนี้เป็นความผิดที่แยกเป็นคนละกรรมต่างกัน กฎหมายมิได้บัญญัติเป็นข้อยกเว้นไว้ว่าในคดีความผิดที่เกี่ยวพันกันนั้น ให้ถือเอาคดีที่มีโทษสูงเป็นหลักที่จะพิจารณาว่าต้องนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับหรือไม่ ความผิดฐานช่วย ผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษ จึงต้องนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับ เมื่อในชั้นสอบสวนมิได้มีการขอผัดฟ้องให้ถูกต้องตามขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติไว้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในข้อหาความผิดฐานช่วย ผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษ.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯและฐานช่วยผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189ศาลชั้นต้นสั่งให้ประทับฟ้องแต่เฉพาะข้อหาความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนความผิดฐานช่วยผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษนั้น เป็นความผิดอยู่ในอำนาจของศาลแขวง โจทก์ไม่ได้ขอผัดฟ้องไว้ จึงไม่รับฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ขอให้ประทับฟ้องในข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 189ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อหาความผิดฐานช่วยผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษ ตามประมวลกฎหมาย