ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3447/2530

ประเด็นกฎหมาย

โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดามีอำนาจฟ้องคดีตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 หรือไม่ และโจทก์เป็นผู้เสียหายในความผิดฐานอั้งยี่ ซ

หลักกฎหมาย

ความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา โดยมีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองประชาชนเป็นส่วนรวมและรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ รัฐเท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจฟ้องคดีได้ ส่วนความผิดฐานอั้งยี่ ซ่องโจร และมั่วสุมตามประมวลกฎหม

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันฉ้อโกงโจทก์และประชาชนโดยชักชวนให้เล่นแชร์น้ำมัน สัญญาจะให้ผลตอบแทนสูง โจทก์หลงเชื่อเล่นแชร์เป็นเงิน 1,768,500 บาท และมีประชาชนเล่นแชร์อีกหลายพันล้านบาท ต่อมาจำเลยกับพวกไม่คืนเงินและหลบหนีไป

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3447/2530นาง มณี ประสงค์ชัยกุ ลโจทก์นาง ชม้อย ทิพย์ โส กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 209, ม. 210, ม. 212, ม. 215, ม. 340, ม. 343 พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน มิใช่กระทำโดยเฉพาะเจาะจงแก่บุคคลใดเป็นส่วนตัว รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหายโดยตรงพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นบทบัญญัติที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างไปจากความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญาดังจะเห็นได้ว่าบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของพระราชกำหนดนี้ ตาม มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 7 และมาตรา 8 บัญญัติถึงวิธีการและลักษณะของการกู้ยืมในกรณีเช่นนี้ไว้ และบัญญัติถึงการที่จะปราบปรามการกระทำที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนกับวางมาตรการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลวง และรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ ไว้ เพื่อคุ้มครองประชาชนเป็นส่วนรวม และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้นมีอำนาจใช้มาตรการดังกล่าวนั้นได้ ทั้งนี้เพื่อให้กรณีเสร็จเด็ดขาดไปทันทีดังนั้น ความผิดตามพระราชกำหนดนี้ รัฐเท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจฟ้องคดีได้. (วรรคสองวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ครั้งที่5/2530)โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันฉ้อโกงโจทก์และประชาชนว่าจำเลยกับพวกประกอบกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ชักชวนให้เล่นแชร์น้ำมันในวงเงิน 160,500 บาท จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเดือนละ 10,200 บาท โจทก์หลงเชื่อได้เล่นแชร์กับจำเลยเป็นเงิน1,768,500 บาท และมีประชาชนเล่นแชร์กับจำเลยอีกหลายพันล้านบาทต่อมาจำเลยกับพวกไม่คืนเงิน และไม่ยอมชำระดอกผลให้โจทก์และประชาชน และหลบหนีไป โจทก์และประชาชนได้รับความเสียหายการกระทำของจำเลยกับพว