ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3526 - 3530/2530

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาจ้างลูกเรือเดินทะเลที่ทำสัญญาจ้างเป็นคราว ๆ คราวละ 6 เดือน แต่พฤติการณ์การปฏิบัติต่อกันแสดงว่าความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการจ้า

หลักกฎหมาย

สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน หมายถึงการจ้างซึ่งกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้ว่าจะจ้างกันกี่วัน กี่เดือนหรือกี่ปี เมื่อถึงกำหนดระยะเวลานั้นแล้วการจ้างเป็นอันระงับสิ้นสุดกันทันที และฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหามีสิทธิบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนดนั้นไม่ หากพฤติการณ์แสดงว่ากำหนดระยะเวลาจ้างเป็นคราว ๆ ไม่มีผลบังค

คำวินิจฉัย

จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ทั้งห้าสำนวน พร้อมดอกเบี้ย โดยแก้ไขเฉพาะสำนวนที่สี่ให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่นายวีระพล ประจันบาน เป็นเงิน 42,711 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2530 จนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกเรือเดินทะเล ทำสัญญาจ้างเป็นคราว ๆ คราวละ 6 เดือน แต่เวลาทำงานจริงไม่แน่นอน เมื่อหมดสัญญาโจทก์ขึ้นจากเรือไปพักผ่อน จำเลยจ่ายเงินลาพักแต่ไม่จ่ายค่าจ้าง โจทก์รอคำสั่งจากจำเลยว่าจะให้ลงเรือลำใดต่อไป เมื่อทำงานครบ 1 ปีได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือน จำเลยเก็บหนังสือเดินทางของลูกเรือจน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3526 - 3530/2530นาย จตุพร นาจ พินิจ กับพวกโจทก์บริษัท ยูไนเต็ด ไทย ชิปปิ้ง จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 582 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ข้อ 46สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน หมายถึงการจ้างซึ่งกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้ว่าจะจ้างกันกี่วัน กี่เดือนหรือกี่ปี เมื่อถึงกำหนดระยะเวลานั้นแล้วการจ้างเป็นอันระงับสิ้นสุดกันทันที และฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหามีสิทธิบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนดนั้นไม่จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างทำงานในเรือเดินทะเลแผนกลูกเรือการลงเรือแต่ละครั้งได้ทำสัญญาจ้างกำหนดระยะเวลาจ้างเป็นคราว ๆ โดยปกติมีกำหนดคราวละ 6 เดือน แต่เวลาทำงานจริง ๆ ไม่เป็นไปตามที่สัญญากำหนดไว้อาจเกินหรือไม่ครบกำหนดนั้นแล้วแต่เส้นทางการเดินเรือ จำเลยจะจ่ายค่าจ้างให้ตามวันที่ทำงานเมื่อหมดสัญญาครั้งหนึ่ง ๆ โจทก์จะได้ขึ้นจากเรือไปพักผ่อนระหว่างนั้นจำเลยจะจ่ายเงินลาพักให้แต่ไม่จ่ายค่าจ้างและโจทก์จะรอคำสั่งจากจำเลยว่าจะให้ลงเรือลำใดต่อไปเมื่อทำงานครบ 1 ปีโจทก์จะได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือนด้วย ดังนี้แสดงว่ากำหนดระยะเวลาการจ้างเป็นคราวๆ ไม่มีผลบังคับกันอย่างแท้จริง ความสัมพันธ์ระหวางจำเลยกับโจทก์ยังคงมีอยู่ติดต่อกันตลอดมาหาได้สิ้นสุดลงเป็นคราว ๆ ตามสัญญาลงเรือที่ทำกันไม่ โจทก์จึงไม่ใช่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนอันจะเป็นเหตุให้จำเลยเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ทั้งจำเลยจะต้องบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา582 ด้วย.คดีทั้งห้าสำนวน ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาเข้าด้วยกัน โจทก์ทั้งห้าสำนวนฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิดและไม่บอก