ที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ทางราชการประกาศสงวนไว้ใช้ในราชการก่อนที่นายตั้งบิดาโจทก์เข้าครอบครองหรือไม่ และโจทก์จะอ้างการครอบครองต่อแผ่นดิ
การหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินก่อนวันที่ 8 เมษายน 2479 ไม่ต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 มาตรา 5 การลงทะเบียนที่ดินพิพาทในปี 2481 โดยไม่ระบุรายละเอียดตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว แสดงว่าเป็นการหวงห้ามแบบเก่าที่มี
ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่ทางราชการได้ประกาศสงวนไว้ใช้ในราชการอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้ว นายตั้งจะอ้างการครอบครองที่ดินพิพาทขึ้นใช้ยันต่อแผ่นดินไม่ได้ โจทก์ซึ่งเป็นทายาทผู้รับมรดกจึงอ้างการครอบครองต่อแผ่นดินมิได้ด้วย พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
เจ้าพนักงานอำเภอสิเกาลงทะเบียนที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2481 ว่า "สงวนไว้ใช้ในราชการ" โดยไม่ปรากฏพระราชกฤษฎีกาหรือประกาศในราชกิจจานุเบกษา และไม่ระบุรายละเอียดตาม พ.ร.บ. 2478 ต่อมาในปี 2482 นายตั้งบิดาโจทก์จับจองที่ดินรวมทั้งที่ดินพิพาท และแจ้งการครอบครอง (ส.ค. 1) ในปี 2498 โจทก์รับมรดกในปี 25
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1014/2547นายประกิจ รัตตมณีโจทก์กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1304, ม. 1305 พ.ร.บ.ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 พ.ร.บ.ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 นั้น มีการประกาศใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2478 และถูกยกเลิกไปในวันที่ 1 ธันวาคม 2497 ตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 4 ดังนั้น หากรัฐประสงค์จะหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเพื่อประโยชน์ใด ๆ แก่ทางราชการในช่วงระยะเวลาที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับก็จะต้องดำเนินการออกเป็นพระราชกฤษฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามที่มาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าวบัญญัติไว้ โดยจะต้องระบุความประสงค์ที่หวงห้าม เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในการหวงห้ามและที่ดินซึ่งกำหนดว่าต้องหวงห้าม แต่ก่อนหน้า พ.ร.บ.ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 ใช้บังคับหาได้มีกฎหมายบังคับให้ต้องดำเนินการตามบทบัญญัติดังกล่าวแต่อย่างใดไม่ ขณะที่ ต. บิดาโจทก์เข้าจับจองครอบครองที่ดินตาม ส.ค. 1 ซึ่งมีที่ดินพิพาทรวมอยู่ด้วยนั้น ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่ทางราชการได้ประกาศสงวนไว้ใช้ในราชการอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้ว ต. จะอ้างการครอบครองที่ดินพิพาทขึ้นใช้ยันต่อแผ่นดินไม่ได้ ดังนั้น โจทก์ซึ่งเป็นทายาทผู้รับมรดกที่ดินจาก ต. จึงอ้างการครอบครองที่ดินพิพาทขึ้นใช้ยันต่อแผ่นดินมิได้ด้วยเช่นกันโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายตั้ง เป็นทายาทผู้รับมรดกที่ดินที่มีสิทธิครอบครองตามแบบแจ้งการครอบครอง