ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4005/2547

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและการละเมิดสิทธิ

หลักกฎหมาย

เมื่อทางราชการประกาศให้ที่ดินเป็นเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่ดินนั้นตกเป็นของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตาม พ.ร.บ. การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 36 ทวิ สำนักงานย่อมมีสิทธิอนุญาตให้บุคคลที่มีคุณสมบัติเข้าครอบครองทำประโยชน์ได้ ผู้ที่อ้างว่าครอบครองมาก่อนไม่อาจอ้างสิทธิเห

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,500 บาท แทนจำเลย และคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินมาแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์สาธารณะอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำนักงานการปฏิรูปที่ดินได้ออกหนังสืออนุญาตให้จำเลยเข้าทำประโยชน์ (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) โดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินแล้ว โจทก์อ้างว่าครอบครองที่ดินมาก่อนการประกาศเขตปฏิรูปที่ดิน และฟ้องขอให้บังคับจำเล

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4005/2547นายวิลาศ ล่องอำไพโจทก์นายจำนง บุญญานุกูลจำเลย ป.วิ.พ. ม. 150 พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 โจทก์ฟ้องว่า สำนักอำนวยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) ให้จำเลยทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองเป็นการไม่ชอบ ขอให้บังคับจำเลยให้ไปดำเนินการยกเลิกสิทธิที่มีอยู่ตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) โจทก์ไม่ได้เรียกเอาที่ดินพิพาทมาเป็นของโจทก์ จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ โจทก์เสียค่าขึ้นศาล มาอย่างคดีมีทุนทรัพย์ จึงให้คืนส่วนที่เกินมาแก่โจทก์โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปดำเนินการขอยกเลิกสิทธิที่มีอยู่ตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนากับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยไปดำเนินการขอยกเลิกสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจาก วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค