ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6661 - 6664/2548นายสำลี กรุณา กับพวกโจทก์นางลำดวน เชิงสมอ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 27, ม. 202 (เดิม), ม. 243 (1)คำพิพากษาของศาลฎีกาที่ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ตั้งแต่วันที่เริ่มต้นทำการสืบพยาน แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี เนื่องจากศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งแสดงว่า จำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณาให้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวนั้น กระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นระหว่างโจทก์ทั้งสี่กับจำเลยที่ 2 ที่ไม่ได้ขาดนัดพิจารณาและทำไว้ก่อนศาลฎีกาพิพากษาให้ย้อนสำนวนเป็นไปโดยชอบ ต้องสืบพยานใหม่เฉพาะระหว่างโจทก์ทั้งสี่กับจำเลยที่ 1 เท่านั้น ศาลชั้นต้นหยิบยกคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสี่ดังกล่าวมาวินิจฉัย จึงไม่เป็นการผิดระเบียบคดีทั้งสี่สำนวน ศาลชั้นต้นรวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 โจทก์สำนวนที่สองว่าโจทก์ที่ 2 โจทก์สำนวนที่สามว่าโจทก์ที่ 3 โจทก์สำนวนที่สี่ว่าโจทก์ที่ 4 เรียกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทั้งสี่สำนวนว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 โจทก์ทั้งสี่สำนวนฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองเพิกถอนการโอนเฉพาะส่วนของโจทก์ทั้งสี่ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การทั้งสี่สำนวน จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้เพิกถอนการโอนที่ดินพิพาทตามสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยทั้งสอง เฉพาะส่วนของโจทก์ทั้งสี่ ตามแผนผังสังเขปการแบ่งที่ดิน และให้จำเลยทั้งสองทั้งสี่สำนวนใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสี่สำนวน โดยกำหนดค่าทนายความให้สำนวนละ 2,000 บาท จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ทั้งสี่สำนวน โดยกำหนดค่าทนายความสำนวนละ 1