การซื้อที่ดินมาแบ่งแยกและปลูกสร้างตึกแถวแล้วขายไปทั้งหมดภายใน 8 เดือน ถือเป็นการซื้อมาเพื่อมุ่งในทางการค้าหรือหากำไรหรือไม่ และต้องเสียภาษีเงินได้บุคค
พฤติการณ์ที่โจทก์จัดการแบ่งแยกโฉนดพร้อมกับปลูกสร้างตึกแถวแล้วขายไปทั้งหมด เป็นการแสดงชัดแจ้งว่าโจทก์ซื้อที่ดินนี้มาเพื่อมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร จึงต้องนำเงินได้จากการขายมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ และเข้าลักษณะเป็นผู้ประกอบการค้าประเภทค้าอสังหาริมทรัพย์ ต้องนำรายรับมาเสียภาษีการค้าด้วย
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้โจทก์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีการค้าตามประเมิน
โจทก์ซื้อที่ดิน 1 แปลง ราคา 830,000 บาท ในปี พ.ศ. 2521 และปลูกสร้างตึกแถว 11 ห้อง รวมค่าที่ดินและค่าก่อสร้าง 2,968,693 บาท จากนั้นแบ่งแยกโฉนดเป็น 11 โฉนด จดทะเบียนแบ่งแยก และปลูกสร้างตึกแถว 11 คูหา แล้วทยอยขายไปจนหมดภายใน 8 เดือน ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2522 ถึงตุลาคม 2522 โดยขายในราคา 2,045,000 บาท
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4079/2530นายเทียม วังกังวานโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 40 (8), ม. 48 (4), ม. 78 บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 11 ป.รัษฎากร โจทก์ซื้อที่ดินมาดำเนินการแบ่งแยกโฉนดเป็น 11 โฉนดและจดทะเบียนแบ่งแยก แล้วปลูกสร้างตึกแถวบนที่ดินที่แบ่งแยกจำนวน 11 คูหาจากนั้นทยอยขายไปจนหมดภายใน 8 เดือนเช่นนี้เป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าโจทก์ซื้อที่ดินมาเพื่อมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร จึงต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีนั้น ทั้งการที่โจทก์แบ่งแยกและขายที่ดินพร้อมตึกแถวไปดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นผู้ประกอบการค้า ประเภทการค้าอสังหาริมทรัพย์ จึงต้องนำรายรับมาเสียภาษีการค้าด้วย.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบการค้ารับจ้างทำของ เมื่อปีพ.ศ. 2521 โจทก์ซื้อที่ดิน 1 แปลง ราคา 830,000 บาท และได้ปลูกสร้างตึกแถวรวม 11 ห้องบนที่ดินนั้นเพื่อเป็นสมบัติของตนเองและหาประโยชน์ให้เช่าเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว รวมค่าที่ดินและค่าก่อสร้างเป็นเงิน 2,968,693 บาท ครั้นสร้างเสร็จไม่มีผู้ใดมาขอเช่า ประกอบกับในปี พ.ศ. 2522 รายได้ของโจทก์ตกต่ำ จำเป็นต้องขายที่ดินและตึกแถว 11 ห้องไปในราคา 2,045,000บาทเป็นการขาดทุน เงินได้จากการขายที่ดินและตึกแถวมิได้เกิดจากการประกอบธุรกิจการค้าหากำไร จึงมิใช่เงินได้ที่จะต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีในปี พ.ศ. 2527 จำเลยที่ 1โดยจำเลยที่ 2 ประเมินให้โจทก์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเงิน 297,626.52 บาท พร้อมด้วยเงินเพิ่ม และให้เสียภาษีการค้าประเภทค้าอสังหาริมทรัพย์เป็นเงิน 271,134.49 บาท ซึ่งไม่ถูกต้อง โจทก์ได้อุทธรณ์คัดค้านการประเมินต่อจำเลยที่ 3,ที่ 4, ที่ 5 ซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการดังกล่าววินิจฉัยว่า การประเมินนั